นักปั่นไทยอันดับโลกดีขึ้น หลังทำผลงานในแทร็ก เอเชีย คัพ
“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการประกาศอันดับคะแนนสะสมโลกล่าสุดในประเภทลู่ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ปรากฎว่านักปั่นทีมชาติไทยเก็บคะแนนสะสมเพิ่มขึ้นมาหลายรายการ จากผลงานใน “แทร็ก เอเชีย คัพ 2025” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
พล.อ.เดชา กล่าวต่อว่า คะแนนสะสมโลกบุคคลและประเทศระยะสั้น ทีมชาติไทยขยับขึ้นจากอันดับ 38 ขึ้นมาอยู่อันดับ 30 ของโลก คะแนนสะสมรวม 1,750 คะแนน ส่วน “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ขยับขึ้น 13 อันดับ จากอันดับที่ 92 มาอยู่อันดับที่ 79 ของโลก มี 970 คะแนน และ “แนว” นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา ขยับ 16 อันดับ จากอันดับ 102 ขึ้นมาอยู่ที่ 86 ของโลก มีคะแนนสะสม 938 คะแนน ส่วนระยะกลางทีมชายไทยขยับขึ้นจากอันดับ 56 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 52 โดยมี ณัฐกฤต แก้วน้อย ได้อันดับดีที่สุด อยู่อันดับ 325 ของโลก ซึ่งการขยับอันดับก็เป็นผลมาจากการได้คะแนนสะสมเป็นกอบเป็นกำจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติ แทร็ก เอเชีย คัพ 2025 ที่ได้รับการบรรจุให้เป็นการแข่งขันระดับ Class 1 ในปฏิทินการแข่งขันของ UCI
เสธ.หมึก กล่าวต่อไปว่า สำหรับอันดับโลกทีมหญิง ในระยะสั้นทีมหญิงอยู่อันดับ 41 ของโลกและระยะกลางอยู่อันดับ 60 ของโลก ซึ่งหากคิดตามเกณฑ์การคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ที่จะเริ่มต้นในปี 2026 ต้องยอมรับว่าอันดับโลกในทั้งระยะสั้นและระยะกลางของนักปั่นหญิงไทยยังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยอย่างน้อยจะต้องติดในอันดับไม่เกิน 20 ของโลก เพื่อโอกาสในการลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
“คะแนนสะสมโลกในกีฬาจักรยาน โดยเฉพาะประเภทลู่ เป็นปัจจัยสำคัญในโอกาสการคว้าโควตาโอลิมปิกเกมส์ เนื่องจากคะแนนสะสมโลกจะส่งผลต่อการได้สิทธิ์ในการลงแข่งขันรายการสำคัญที่จะเก็บคะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์ ประกอบด้วยการแข่งขันเนชั่นส์คัพ ที่ในแต่ละฤดูกาลจะมีแข่งขัน 3-4 สนามทั่วโลก และจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก ซึ่งในการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 จะคร่อมอยู่ 2 ฤดูกาลประกอบด้วยฤดูกาล 2026 และ 2027 ต่อเนื่องไปจนถึงประมาณเดือนเมษายน 2028 ซึ่งการจะได้คะแนนมาก็จะต้องส่งนักกีฬาจักรยานไทยออกไปสู้ศึกระดับนานาชาติ หรือเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอง” พล.อ.เดชา กล่าว
“เสธ.หมึก” กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลดีอีกประการของการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติ แทร็ก เอเชีย คัพ 2025 ก็คือการได้เห็นพัฒนาการของชาติต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย และออสเตรเลีย ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลงานของทุกชาติในแทร็ก เอเชีย คัพ 2025 ทีมชาติไทยระยะสั้นยังอยู่ในระดับแถวหน้าของทวีปเอเชีย ขณะที่ระยะกลาง ทีมหญิงทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ยังต้องการการพัฒนาศักยภาพอีกมาก รวมถึงการผลักดันการสร้างเวลโลโดรมในร่มมาตรฐาน 250 เมตร ทดแทนเวลโลโดรมปัจจุบันที่เป็นเวลโลโดรม กลางแจ้งความยาว 333.33 เมตร ซึ่งในปัจจุบันการแข่งขันระดับโลกที่มีผลต่อการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ใช้ลู่ขนาด 250 เมตรทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนขณะนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อจัดทำเอกสารประกอบในการดำเนินการก่อสร้างต่อไป
“จากผลการแข่งขันสิ่งที่น่าสังเกตก็คือชาติตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย พัฒนามาตรฐานนักปั่นประเภทลู่ขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ชาติที่อยู่ในแถวหน้าของเอเชีย ทั้งคาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน หรือกระทั่งคู่แข่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างก็ยังคงมาตรฐานฝีเท้าระดับสูงได้อย่างคงเส้นคงวา และที่น่าจับตามองก็คือนักปั่นหญิงระยะกลางของสิงคโปร์ ที่เป็นคู่แข่งอีกชาติหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ก็มีพัฒนาการและความแข็งแกร่งขึ้นมาจนกระทั่งสามารถคว้าเหรียญเงินและเหรียญทองแดงในการแข่งขันออมเนียมหญิง แทร็ก เอเชีย คัพ ซึ่งก็จะเป็นการบ้านโจทย์ใหญ่สำหรับสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยในการพัฒนานักปั่นหญิงไทยต่อไปในอนาคต” พล.อ.เดชากล่าวทิ้งท้าย

