กกท. เปิดวิสัยทัศน์กีฬาไทยสู่ระดับโลก วาง 3 โครงการยกระดับกีฬาไทยปี 69
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานในงานแถลงนโยบายด้านการกีฬา “Thailand Vision through Sports & Soft Power 2026” ที่โรงแรมเดอะแกรนด์โฟร์วิงส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยนโยบายของกกท. ประกอบด้วย นโยบายแรก การสร้างโอกาสให้เยาวชนและประชาชนเข้าถึงกีฬาอย่างเท่าเทียม, นโยบายที่สองคือ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่ถูกต้องทางกีฬา, นโยบายที่สาม การพัฒนาทักษะทางกีฬาขั้นสูงสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทย, นโยบายที่สี่ การพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ เพื่อร่วมแข่งขันในรายการระดับโลก, นโยบายที่ห้า ผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของรายการแข่งขันกีฬาระดับโลก การจัดเวิลด์ สปอร์ท อีเวนต์ และการส่งเสริมสปอร์ตทัวริซึ่ม
ดร.ก้องศักด กล่าวเสริมว่า นโยบายสำคัญของกกท.คือการยกระดับวงการกีฬาไทยให้เข้มแข็งอย่างเป็นระบบ ครบวงจรและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านกีฬาที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มต้นตั้งแต่การพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นเลิศ จนก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ เพื่อหล่อหลอม “พลังนักกีฬาไทย” ให้ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่างมั่นคง และมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางกีฬาของภูมิภาค และใช้กีฬาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาต่างๆ ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานกีฬา รวมทั้งส่งเสริมกีฬาที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและชื่อเสียงให้แก่ประเทศ
ผู้ว่าการกกท. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพรายการแข่งขันระดับโลก เปิดโอกาสให้นักกีฬาไทยได้แข่งกับสุดยอดนักกีฬาระดับอาชีพ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ล้ำค่า และเป็นแรงบันดาลใจสู่เยาวชนเกิดความฝันอยากเป็นนักกีฬาอาชีพ ขณะเดียวกัน World Sports Event สร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจ และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่ดึงดูดแฟนกีฬาทั่วโลกให้เดินทางมาไทย ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และสินค้าแบรนด์ไทยที่ได้รับโอกาสเติบโต ที่สร้างมูลค่ามากกว่า 44,700 ล้านบาท ให้กับประเทศไทยในปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังเชื่อมโยงธุรกิจกีฬากับการท่องเที่ยว ถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยทั้งมวยไทย อาหาร และศิลปวัฒนธรรมสู่สายตาชาวโลก ทุกการแข่งขันจึงไม่เพียงเป็นเวทีโปรโมตประเทศไทย แต่ยังเป็นการลงทุนที่วางรากฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต
ดร.ก้องศักด กล่าวปิดท้ายว่า วิสัยทัศน์ในปี 2569 นั้น กกท. มีโปรเจ็กสำคัญๆที่จะต้องเน้นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา เช่น ราชมังคลากีฬาสถาน, สปอร์ตคอมเพล็ก ที่ชลบุรี และ มวกเหล็ก จะต้องได้รับการยกระดับขึ้น รวมทั้งการก่อตั้งสถาบันมวยไทยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมกีฬามวยไทย กีฬาประจำชาติให้มีมาตรฐาน สำหรับการเผยแพร่ไปทั่วโลก นอกจากนี้ ต้องผลักดันการแยกสำนักงาานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาออกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อความอิสระในการดำเนินงาน ส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มาจากด้านกีฬานั้นเดิมปี 68 คือ 44,700 ล้านบาท จะต้องเพิ่มขึ้น 10% ขึ้นไป







