ไม่นิ่งนอนใจ! กกท.ยันพร้อมตรวจสอบ ส.ยิงเป้าบิน ให้สุธิยานำหลักฐานเข้ามาร้อง
จากกรณี “ณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักกีฬายิงเป้าบินทีมชาติไทย ซึ่งผ่านเวทีโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว 4 สมัย และขึ้นไปรั้งเบอร์ 1 ของโลกมาแล้วเมื่อปี 2016 ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าร่วมงานประชุมใหญ่สามัญ สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย ที่สมาคมกีฬายิงเป้าบินฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ถึงสาเหตุที่ตนเองห่างหายจากการลงแข่งขันในนามทีมชาติไทย รวมถึงถอนตัวร่วมการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้
โดย “ณี-สุธิยา” ยืนยันว่าจงใจไม่มาร่วมคัดตัวทีมชาติชุดซีเกมส์ เนื่องจากรับไม่ได้ กับการบริหารงานสมาคมกีฬายิงเป้าบินฯ ชุดปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรม และเอื้อประโยชน์พวกพ้อง พร้อมกับวอนไปถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลเรื่องกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบสมาคม โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงินว่าโปร่งใส่และเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ล่าสุด “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวได้รับทราบข้อปัญหาของสุธิยาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ในการบริหารสมาคมอาจจะถูกใจ ไม่ถูกใจนักกีฬา อันนี้ยังไม่รวมเรื่องถูกหรือผิด เดี๋ยวเราต้องมาว่ากันอีกที สิ่งที่นักกีฬาอึดอัดใจเราต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นหากนักกีฬามีข้อมูลหลักฐานต่างๆ ก็สามารถที่จะมาร้องเรียนกับ กกท.ได้ เรามีช่องทางรับร้องเรียน ร้องทุกข์ต่างๆ เราก็จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลและพิจารณาอย่างเป็นธรรม
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถที่จะสรุปว่าใครถูกใครผิด หรือข้อร้องเรียนต่างๆ เป็นความจริงหรือไม่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นก็อยากจะให้เข้ามาสู่ระบบของ กกท. ถ้าสุธิยามีประด็น หรือข้อมูลสามารถนำมาให้ กกท. ได้เลย เราก็จะมีการพิจารณาอย่างเป็นธรรมแน่นอน
“กกท.เป็นนายทะเบียน หน้าที่คือการกำกับดูแล ตรวจสอบเรื่องของการดำเนินการต่างๆ ของสมาคมกีฬาทุกๆ สมาคม โดยเฉพาะสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่จะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหารจัดการ แต่เราจะเข้าไปดูว่าเขาทำถูกต้องตามกฎหมายหรือ ไม่มีการทุจริตหรือไม่ การเลือกตั้งโปร่งใสหรือเปล่า ส่วนประเด็นเรื่องการคัดตัวนักกีฬา เป็นดุลยพินิจของสมาคม กกท.จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย เพราะถือว่าสมาคมกีฬาทุกสมาคมมีความเป็นอิสระ เป็นไปตามกฎของโอลิมปิกสากล” ดร.ก้องศักด กล่าวปิดท้าย

