หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สมาคมยิมแจงคั...

สมาคมยิมแจงคัดตัวนักกีฬาซีเกมส์โปร่งใส พร้อมดำเนินคดีคนให้ข้อมูลเท็จ

10.11.25 | 00:20 น.

สมาคมยิมแจงคัดตัวนักกีฬาซีเกมส์โปร่งใส พร้อมดำเนินคดีคนให้ข้อมูลเท็จ

จากกรณีที่ อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ นักกีฬายิมนาสติกชาย ร้องเรียนต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยอ้างว่าการคัดเลือกนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ไม่มีความเป็นธรรม เนื่องจากตนเองได้แชมป์ประเทศไทย พ.ศ.2567 ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ แต่กลับไม่มีชื่อในซีเกมส์ครั้งนี้

ล่าสุด สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว โดย ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นาวาเอก พรพงษ์ อิทธโยภาสกุล คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประธานเทคนิคกีฬายิมนาสติกศิลป์ชาย โดยทางสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า การคัดเลือกนักกีฬาซีเกมส์โปร่งใสตามเกณฑ์ พร้อมยืนยันยินดีสนับสนุนนักกีฬาทุกคน แต่สำหรับการให้ข้อมูลไม่ถูกต้องจนสมาคมเสียหาย เตรียมดำเนินการทางกฎหมายหลังจบซีเกมส์

ดร.กุสุมาลย์ กล่าวว่า สมาคมมีเกณฑ์การคัดเลือกนักกีฬาที่ชัดเจน และได้แจ้งให้นักกีฬาทราบแล้วว่า รายการชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นเพียงหนึ่งในเกณฑ์ของการคัดเลือก ซึ่งจากการที่อิทธิฤทธิ์ได้แชมป์ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2567 เป็นผลของปีที่ผ่านมา อีกทั้งในซีเกมส์ 2025 ไม่มีการชิงเหรียญในประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ ซึ่งฝ่ายเทคนิคของสมาคมได้เลือกนักกีฬาที่ผลงานดีที่สุดในแต่ละอุปกรณ์ลงแข่งขัน

ดังนั้น การที่อิทธิฤทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นนักกีฬามือ 1 ก็ไม่ถูก เพราะหากดูคะแนนรายอุปกรณ์ อิทธิฤทธิ์อยู่ที่ 4, 5, 7 ในขณะที่ทิฆัมพร สุรินทรทะ ที่เพิ่งไปคว้าอันดับ 5 ประเภทฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ชาย ในศึกชิงแชมป์โลกล่าสุด เป็นคนแรกของไทยในประวัติศาสตร์ และสุภชีพ บ่าวเบ็ญหมัด ได้คนละ 3 เหรียญทอง นั่นก็คือสองคนนี้เก่งที่สุด ดังนั้น การอ้างว่าเก่งที่สุดในประเทศไทยนั้นไม่ใช่

Advertisement

ดร.กุสุมาลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมยินดีสนับสนุนนักกีฬาทุกคน ยิมนาสติกเป็นกีฬาที่ต้องใช้เวลาพัฒนา ซ้อมฝึกฝนไม่ต่ำกว่า 8 ปี อิทธิฤทธิ์ก็เช่นกัน อยู่ในแคมป์ตั้งแต่เด็กจนโต หลังจากติดทีมชาติจะเก็บตัวเฉพาะตัวจริง ทางการให้เก็บตัว 4 คน อิทธิฤทธิ์เป็นคนที่ 5 สมาคมเห็นว่าข้อมูลที่เคยออกข่าวไปไม่ถูกต้อง หลังจากนี้จะไปดำเนินการบันทึกข้อความ ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่จะดำเนินการหลังจบการแข่งขันซีเกมส์ เนื่องจากตอนนี้อยากให้ทุกฝ่ายทั้งนักกีฬาและทีมสต๊าฟโค้ชโฟกัสกับการแข่งขันให้เต็มที่ โดยเป้าหมายในซีเกมส์ครั้งนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 5 เหรียญทอง