หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ อดีตเงือกทีมช...

อดีตเงือกทีมชาติ โอดนักกีฬาในสังกัดถูกตัดสิทธิไม่เป็นธรรม แฉความเน่าเฟะว่ายน้ำภาคเหนือ

27.11.25 | 13:54 น.

อดีตเงือกทีมชาติ โอดนักกีฬาในสังกัดถูกตัดสิทธิไม่เป็นธรรม แฉความเน่าเฟะว่ายน้ำภาคเหนือ

“เงือกพลอย” ภัทรวดี กิตติยะ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันผันตัวเป็นผู้ฝึกสอนกีฬาว่ายน้ำ โพสต์โซเชียลมีเดียตัดพ้อ หลังนักกีฬาในสังกัดกิตติยะของตัวเอง ถูกตัดสิทธิในการคัดตัวนักกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชี้นี่คือความเน่าเฟะ ความอิจฉาริษยา และไม่มีจรรยาบรรณ ของวงการว่ายน้ำภาคเหนือ

ภัทรวดี กิตติยะ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Ploy Kittiya ระบุว่า “ว่าจะไม่เขียน แต่ไม่ไหวจริงๆ วงการว่ายน้ำไทยควรได้รับรู้ถึงความเน่าเฟะ ความอิจฉาริษยา ความไม่มีจรรยาบรรณของความเป็นครูของคนกลุ่มนี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน มีการคัดตัวนักกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ซึ่งนักกีฬาในสังกัดของพลอยผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 8 คน

ทุกคนทราบดีว่าการคัดในรอบเขต 5 จะมีขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน ซึ่งในวันที่ 25 พฤศจิกายน บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่มีการแข่งขันกีฬานักเรียนอาเซียน ณ ประเทศบรูไน ซึ่งนักกีฬา 3 ใน 8 คน จะต้องเดินทางไปต่างประเทศพร้อมพลอย ไม่สามารถเข้าร่วมการคัดตัวระดับเขต 5 ได้

Advertisement

พลอยได้ชี้แจงไปทางไลน์กลุ่มผู้ฝึกสอนของจังหวัดถึงห้วงเวลาที่นักกีฬาจะเดินทางไปต่างประเทศ และสอบถามว่าขอยื่นสถิติจากการแข่งขันที่บรูไนได้หรือไม่ เพราะไปในนามกรมพลศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกันที่ดูแลกีฬานักเรียน พลอยไม่ได้รับคำตอบใดๆ ไม่มีการปฏิเสธและไม่มีการตอบตกลง

จากนั้นก็ได้ข่าวมาว่า ในวันคัดตัววันที่ 8 พฤศจิกายน มีผู้ฝึกสอนรวมกลุ่มพูดคุยกัน (โดยไม่มีพลอยอยู่ในนั้น) สอบถามความเห็นกันว่าจะให้นักกีฬาสังกัดกิตติยะ 3 คนนี้ ยื่นสถิติหรือไม่ เสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่า “ไม่”

ซึ่งก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะคนที่จะได้ประโยชน์เต็มๆ จากการไม่รับรองสถิติ ก็คือนักกีฬาของกลุ่มโค้ชเหล่านี้ พอไม่รับรองสถิติก็เท่ากับตัดมือ 1 ของจังหวัด ออกไปทั้งหมด 12 ท่า เปิดโอกาสให้เด็กตัวเองคัดติดได้ง่ายขึ้น

พลอยผิดหวังที่วงการว่ายน้ำเชียงใหม่ ยังคงจมปลักอยู่กับประโยชน์ส่วนตน มองการใกล้ ขอแค่เด็กตัวเองติด แต่คุณไม่คิดเลยหรอว่า

-เด็กกลุ่มนี้คือตัวท็อปของจังหวัด ตัวท็อปของภาค และตัวท็อปของประเทศ

-เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่หรอที่ช่วยกันว่ายอย่างสุดความสามารถจนทีมเขต 5 ได้เหรียญทองทีมผลัดครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อต้นปีนี้ พร้อมทำลายสถิติ

-เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่หรอที่ทำให้เด็กพวกคุณ “ที่เป็นตัวสำรอง” ในรอบเช้า ได้เหรียญทองกลับบ้าน

เราไม่เคยแม้แต่จะคิดทวงบุญคุญ แต่เราไม่เข้าใจว่าพวกคุณจะกีดกันเด็กกลุ่มนี้ไปทำไม พวกคุณไม่อยากได้ผลงานให้กับจังหวัด ให้กับเขต 5 หรอ? หรือการที่พวกคุณสามารถเขี่ยพวกเราออกจากทีมได้ มันทำให้พวกคุณมีความสุข มากกว่าผลงานของนักกีฬา

ในความโชคไม่ดีก็ยังมีความโชคดี มีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านยื่นมือเข้ามาช่วยประสานเรื่องให้ถึงอธิบดีกรมพลศึกษา (พลอยต้องขออภัยหากข้ามหน้าข้ามตาเจ้าหน้าที่บางท่าน แต่พลอยจำเป็นต้องส่งเรื่องให้ถึงระดับสูง เพื่อสู้ให้ชนะ)

1 วันก่อนการคัดเขต 5

วันที่ 24 พฤศจิกายน ทางกรมพลศึกษาส่งหนังสือด่วน “ขอความอนุเคราะห์” ให้แก่ทางจังหวัดเชียงราย ผู้เป็นเจ้าภาพจัดการคัดเลือก ให้รับรองสถิติรายการนักเรียนอาเซียน ของนักกีฬาทั้ง 3 คน ประทับตราครุฑ มีลายเซ็นถูกต้องครบถ้วน

พลอยได้เห็นหนังสือนั้นช่วงเย็น และได้ส่งสำเนาของหนังสือนั้นไปยังกลุ่มผู้ฝึกสอนภาคเหนือให้รับทราบ รู้สึกโล่งใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี

แต่….เปล่าเลย วันที่ 25 พฤศจิกายน มีการประชุมผู้จัดการทีมก่อนการคัดเลือก ในขณะที่ทุกคนก็ดูเหมือนจะยอมรับกับการรับรองสถิติ ก็มีผู้ฝึกสอนท่านหนึ่งยกมือค้าน และเสนอให้มีการโหวตภายในกลุ่มผู้ฝึกสอนภาคเหนือว่านักกีฬาทั้ง 3 คนนี้ ควรได้การรับรองสถิติหรือไม่ เพราะหนังสือที่ส่งมาแจ้งว่า “ขอความอนุเคราะห์” ไม่ได้เป็นคำสั่ง จึงมีการโหวตเกิดขึ้นโดยตัวแทนของจังหวัดต่างๆ ในเขต5

และแน่นอน….เสียงส่วนใหญ่โหวต “ไม่ให้รับรองสถิติ” แถมยังมีการกล่าวหาว่า ลายเซ็นในหนังสือที่ส่งมาเป็นลายเซ็นปลอม

ตัวพลอยก็กำลังยุ่งกับการดูแลนักกีฬาแข่งขันที่บรูไน สายโทรศัพท์ก็เข้าตลอด หน้างานก็ต้องดูนักกีฬา งานหลังบ้านก็พยายามจะแก้ปัญหา เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมเราจะต้องมาเสียสมาธิกับการโฟกัสการทำงานช่วงแข่งให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้

ขนาดมีหนังสือประทับตราครุฑ พวกคุณยังจะหาเรื่องตัดสิทธิเราให้ถึงที่สุด ทำพฤติกรรมหน้าเกลียด หัวเราะเยาะใส่ผู้ปกครองของพลอย เพราะคิดว่าพวกคุณเหนือกว่า

กีฬานักเรียนนักศึกษา อาจจะไม่ใช่รายการที่สำคัญที่สุดของปีก็จริง แต่ที่พลอยสู้ขนาดนี้ เพราะพลอยรู้ว่าถ้าพลอยยอมให้เค้ากดพลอยได้สำเร็จในครั้งนี้ มันก็จะมีครั้งต่อๆ ไป ถ้าไม่สู้ครั้งนี้ จะสู้ตอนไหน

โค้ชไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนนักกีฬา แต่โค้ชมีหน้าที่ปกป้องสิทธิของนักกีฬาตัวเองให้มากที่สุดเช่นกัน นักกีฬาใคร ใครก็รัก คุณเป็นใครจะมาตัดสิทธิ์นักกีฬาคนอื่นหน้าตาเฉยๆ เขตอื่นเค้ายังไม่มีปัญหาเรื่องรับรองสถิติเลย

พลอยคิดว่าพลอยทำงานหนักมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา วางฐานนักกีฬาจนสามารถขยายทีมจาก 35 คนเป็น 90 คน ผลงานก็พอจะเป็นที่ประจักษ์ พลอยคิดว่าพลอยสมควรจะได้รับการยอมรับในระดับนึง ไม่มากก็น้อย พลอยไม่เคยอวดว่าตัวเองเก่ง พยายามใช้ผลงานพิสูจน์แทนคำพูดตลอด

แต่เหมือนเวลาเราเลือกที่จะใช้ความนิ่ง กลับกลายเป็นว่าเราก็จะโดนข่มอยู่เสมอ

อยากจะบอกว่าพลอยก็มีคอนเน็คชั่นทางฝั่งของพลอย พลอยแค่ไม่ได้ออกมาโอ้อวดว่ารู้จักคนโน้นคนนี้ และพลอยเชื่อว่าโค้ชที่มีจรรยาบรรณ จะสนับสนุนและอยู่ข้างพลอย

ขอบคุณผู้ใหญ่และกัลยาณมิตรที่ดีที่คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง และหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับนักกีฬาระดับใด หรือจังหวัดไหน

เด็กๆ ตั้งใจฝึกซ้อมเช้า-เย็น คุณไม่มีสิทธิจะมาตัดสินอนาคตของพวกเขา โดยใช้วิธีสกปรก เพียงเพราะนักกีฬาของพวกคุณสู้พวกเขาไม่ได้”