นำเรือคีลโบ๊ท ที่สมเด็จพระราชินี ทรงนำทีมเรือใบไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ เข้าพิพิธภัณฑ์กีฬา
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ครั้งที่ 1/2569 ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ (บ้านอัมพวัน) เมื่อวันที่ 9 มกราคม
ประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ จาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิติมศักดิ์คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้คณะกรรมการฯมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาวงการกีฬาไทยเป็นอย่างยิ่ง
ผศ.พิมล ยังได้กล่าวอีกว่า หลังปีใหม่นี้คณะกรรมการโอลิมปิคฯ จะต้องทำงานกันอย่างหนักและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะปีนี้มีงานสำคัญรออยู่ไม่ว่าจะเป็นการส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งเอเชี่ยนบีชเกมส์ ที่ประเทศจีน ในเดือนเมษายนนี้ และ ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 สิงหาคมนี้ รวมถึงการเดินหน้าแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และ สนับสนุนส่งเสริมให้นักกีฬาไทยได้รับประโยชน์สูงสุดเพื่อให้ถูกยกระดับและได้รับการพัฒนาศักยภาพไปสู่ความสำเร็จมากที่สุด
ด้านนายธนา ไชยประสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้รายงานถึงความคืบหน้าการเตรียมการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการส่งยอดจำนวนนักกีฬาเข้าแข่งขัน ซึ่งมีกำหนดส่งยอดทั้งหมดภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ ในการนี้คณะกรรมการคัดเลือกตัวจะกำหนดนโยบายในการคัดเลือกตัวและการจัดส่งชนิดกีฬาใดบ้าง
นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า กกท.ได้พิจารณาวางงบประมาณ 226 ล้านบาทเศษ โดยในเบื้องต้นในการเลือกชนิดกีฬา ไว้ที่ 10 กีฬา โดยยึดจากงานเดิมในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ไม่หวังทำลายสถิติ แต่จะต้องส่งไปให้ได้เป้าหมายมากที่สุดวางเป้าหมายผลงานครั้งนี้เหรียญทองต้องไม่น้อยกว่า 18 เหรียญทอง
นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันที่จะซื้อเรือใบประเภทคีลโบ๊ท SSL47 ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงใช้ลงแข่งและทรงนำทีมคว้าเหรียญทองในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยมีผู้สนับสนุนงบประมาณมาจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเรือลำนี้ถือเป็นลำประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาและจัดเข้าไว้ในพิพิธภันฑ์กีฬาต่อไป
ผศ.พิมล กล่าวว่า เรื่องเอเชี่ยนเกมส์คงไม่จำกัดแค่ 10 ชนิดกีฬาที่ กกท.วางกรอบมา เราต้องมาคุยกันในส่วนของหลายกีฬาที่เป็นกีฬามวลชนและสามารถต่อยอดไปโอลิมปิกเกมส์ต้องได้รับโอกาสเช่นกัน อย่างฟุตบอล ก็ต้องให้โอกาสเขาแม้ในซีเกมส์จะผลงานไม่น่าประทับใจ แต่เป็นกีฬาที่คนไทยให้ความสนใจและเป็นความหวัง เช่นเดียวกับบาสเกตบอลที่ต้องยอมรับว่ามีคนสนใจเยอะมาก ทั้งนี้ก็ต้องมาดูรายละเอียดกันอีกครั้ง

