อดีตนักซอฟต์เทนนิสทีมชาติร้องตรวจสอบสมาคมไม่โปร่งใส 4 เรื่อง ชี้โดนคุกคามหลังออกตัว
นายสรเชษฐ์ อวยพร อดีตนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ดีกรีอดีตมือ 3 ของโลก และผู้ฝึกสอนซอฟต์เทนนิส ได้เดินทางไปยื่นหนังสือ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความโปร่งใสการปฏิบัติหน้าที่ของทีมผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ที่บริเวณลานด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. หัวหมาก เมื่อวันที่ 14 มกราคม
ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงานว่า นายสรเชษฐ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนแก่ นายกฤษณ์ ขำทวี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนด้านคอร์รัปชั่น (คปต.) เพื่อส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ดำเนินการตรวจสอบความโปร่งใสการปฏิบัติหน้าที่ของทีมผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสฯ และได้ชี้แจงถึง 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การที่ทางสมาคมฯทุจริตในการจัดซื้อ-จัดจ้าง อุปกรณ์ฝึกซ้อมและใช้แข่งขันของนักกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 เมื่อปี 2566 ที่ประเทศกัมพูชา 2.การเบิกค่าใช้จ่ายเบี้ยเลี้ยง รวมถึงค่าที่พักของนักกีฬา โดยทางสมาคมใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว 3.การที่นักกีฬาโดนตัดสิทธิจากการรับใช้ทีมชาติโดยไม่เป็นธรรม 4.การสืบทอดอำนาจของผู้บริหารของสมาคมในการจัดตั้งชมรมที่ไม่มีอยู่จริง
“การมาครั้งนี้ผมมาเพื่อเป็นตัวแทนนักกีฬายื่นคำร้องเรียนสมาคมเรื่องทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ฝึกซ้อม และแข่งขันของนักกีฬา โดยข้อเท็จจริงคือทางด้านนักกีฬาไม่ได้รับอุปกรณ์ตามที่สมควร ประเด็นถัดคือเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตในส่วนของค่าที่พักต่อทางสมาคมว่า ทางผู้บริหารได้นำเอาค่าส่วนต่างที่ควรจะเป็นของนักกีฬาไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยทั้งสองประเด็นนี้ผมชี้แจงว่าเพื่อประโยชน์ของนักกีฬาทั้งสิ้น ประเด็นที่สามคือเรื่องที่นักกีฬาโดนตัดสิทธิจากทีมชาติอย่างไม่เป็นธรรม โดยผมมีหลักฐานว่าสมาคมได้ทำการชี้แจงเหตุผลที่ไม่เป็นความจริงต่อทาง กกท. ก่อนหน้านี้ 3 คน ซึ่งที่จริงแล้วยังมีมากกว่านั้นอีก ผมขอยืนยันว่า ข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่เป็นความจริง นอกจากนั้นทางสมาคมยังไม่มีการเข้าหารือปรึกษากับผม ทั้งที่ช่วงเวลานั้นผมเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ส่วนประเด็นสุดท้าย ว่าด้วยเรื่องการสืบทอดอำนาจของผู้บริหารสมาคมที่ตั้งชมรมขึ้นมา โดยผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นชมรมที่ไม่มีที่ตั้งหรือตัวตนจริง ไร้ซึ่งนักกีฬา โดยเพิ่มจาก 30 ชมรม เป็น 50 กว่าชมรม ซึ่งผมได้ยื่นหลักฐานไปแล้วทั้งหมด” นายสรเชษฐ์กล่าว
นอกจากนี้ นายสรเชษฐ์ได้เผยอีกว่า หลังตนได้ทำเรื่องยื่นคำร้องก็ได้เกิดผลกระทบตามมา โดยทางสมาคมได้ขอให้ทางนายสรเชษฐ์ออกจากการเป็นสมาชิกชมรม ภายใต้สมาคมกีฬาซอฟต์เทนนิสฯ และยังโดนบุคคลนิรนามตามคุกคามและสอดแนมถึงพื้นที่ส่วนตัว จากนั้นทางสมาคมยังได้ทำการฟ้องร้องทางแพ่ง ด้วยข้อหาหมิ่นประมาท โดยเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท พร้อมปฏิเสธคำกล่าวหาในประเด็นต่างๆ ว่าไม่เป็นความจริง โดยให้เหตุผลว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังคงยืนยันต่อความบริสุทธิ์ของตนเอง และมีหลักฐานชัดเจนเพื่อยืนยันความจริงต่อสาธารณชน




