หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สมาคมกีฬาร้อง...

สมาคมกีฬาร้อง อลป.ไทยหัวหอกนำแตกหัก ‘กองทุนกีฬา’ แฉบริหารไม่โปร่งใส – คาดเอาคืนหลังโดนจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงนักกีฬา

5.03.26 | 14:10 น.

สมาคมกีฬาร้อง อลป.ไทยหัวหอกนำแตกหัก ‘กองทุนกีฬา’ แฉบริหารไม่โปร่งใส – คาดเอาคืนหลังโดนจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงนักกีฬา

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (บ้านอัมพวัน) ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ

วาระสำคัญอยู่ที่ พลตรีหญิง รัตน์ใจ ยืนยาว นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้แทนพระองค์ใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประธานที่ปรึกษากิติมศักดิ์ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้นำกระแสรับสั่งมาถึงคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ทรงส่งกำลังใจให้คณะกรรมการทุกท่านในการทำงานด้านกีฬา และอยากให้ทำงานในรูปแบบสากลมากขึ้นมีการพัฒนาทั้งระบบ และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเข้าไปมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาวงการกีฬาของชาติ โดยเฉพาะกีฬาที่ในอดีตเคยสร้างผลงานในระดับนานาชาติ ก็อยากให้กลับมามีผลงานอีก เหมือนเช่น ว่ายน้ำ ที่กลับมาสร้างผลงานได้ดีในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

หลังจากประชุม ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งวันนี้ท่านได้ส่ง พลตรีหญิง รัตน์ใจ ยืนยาว มาเป็นผู้แทนพระองค์ ประชุมแทนเพื่อให้คำแนะนำ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

“ส่วนเรื่องที่ประเทศไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชน หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ครั้งที่ 5 ในปี 2030 ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่เราจะได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะนำคณะทำงานเข้าพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ว่าทางรัฐบาลมีความประสงค์ที่จะให้ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหรือไม่ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพันยาวไปถึงปีที่จะจัดการแข่งขัน อันนี้ต้องแล้วแต่รัฐบาลว่าจะรับหรือไม่

Advertisement

นอกจากนี้ในที่ประชุม สมาคมกีฬาต่างๆ ออกมาโจมตีการทำงานของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มองว่าบริหารงบประมาณไม่ตรวจุด เรื่องนี้ ผศ.พิมล เผยว่า หลายสมาคมมีความเดือดร้อนจากงบประมาณที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมงบให้ไม่เพียงพอ ต้องยืนยันว่า กองทุนกีฬา ไม่ใช่ กกท. แต่ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าโครงสร้างของทั้ง 2 หน่วยงานได้บิดเบี้ยวไปหมด กองทุนฯ เป็นผู้ตัดสินใจเองที่จะให้งบประมาณ กกท. แบบไหน ที่สมาคมกีฬาได้รับผลกระทบมากๆ ก็คือเรื่องของงบกีฬาเป็นเลิศ คือ เตรียมนักกีฬา ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน จัดชิงแชมป์ประเทศไทย เดิมทุกปี กองทุน ต้องจับงบประมาณไว้ 2,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ได้เพียง 1,000 ล้าน งบจัดชิงแชมป์ประเทศไทย สำหรับ 90 กว่าสมาคม ได้10 กว่าล้าน ซึ่งไม่เพียงพอแน่นอน

“เรื่องนี้สมาคมกีฬาเดือดร้อน เขาก็มาร้องกับคณะกรรมการโอลิมปิค ซึ่งจากนี้ หลายๆสมาคมฯจะมีการร่วมกันลงชื่อเพื่อร้องไปถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงความเดือดร้อน ณ เวลานี้ก็มีหลายสมาคมแล้ว และน่าจะมากขึ้นอีกเพราะทุกสมาคมก็เดือดร้อน หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ต้องยอมรับว่าจากมุมมองของสมาคมฯ กิจกรรมหลายๆกิจกรรมของกองทุนฯได้ได้สำคัญมากกว่ากีฬาเป็นเลิศที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ”

เรื่องนี้ “เสธ.ยอด” พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวในที่ประชุมว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา ได้เป็นตัวแทนของคณะกรรมการโอลิมปิคไทยเข้าร่วม ซึ่งก็ได้คัดค้านหลายอย่างซึ่งเป็นสิ่งที่มองว่าส่งผลกระทบกับสมาคมกีฬา และนักกีฬาที่จะต้องไปแข่งขันต่างประเทศ ซึ่งเรื่องที่พยายามจะเบรคไป เบรคงบเป็นพันล้าน ซึ่งถ้าใช่ไปก็ไม่ยอม เนื่องจากมองว่าไม่ถูกต้องตาม พรบ.การกีฬาแห่งประเทศไทย

“ที่ผ่านมา กองทุนฯ ใช้กระดาษแผ่นเดียวในการผ่านงบประมาณทีละ 50 ล้าน 100 ล้าน แต่สมาคมกีฬาจะเลิกเงินไม่สามารถเบิกได้ ต่อมาคืองานวิ่งต่างๆ วิ่งเทรล ต่างๆ ซึ่งกองทุนเทงบประมาณไป ยังรวมไปถึงโครงการมวยไทย ที่กองทุนเข้าไปสนับสนุนผ่านโปรโมเตอร์มากกว่า 100 ล้านบาท” เสธ.ยอดกล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงานว่า ข้อเท็จจริงที่โอลิมปิคไทยดาหน้าออกมาโจมตีกองทุนกีฬาสาเหตุเนื่องจากกองทุนกีฬาเปลี่ยนนโยบายจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยทำให้หลายสมาคมกีฬาไม่พอใจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ แจ้งเพิ่มเติมว่า ผศ.พิมล ได้กล่าวถึงมติที่ประชุมบอร์ดกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ล่าสุด เห็นชอบให้จ่ายเงินเบี้ยเลี้ยง และ ค่าอาหาร ตรงให้แก่นักกีฬาโดยทดลองในนักกีฬาที่เข้าร่วมกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และ เอเชี่ยนบีชเกมส์ ว่า ความเห็นของตนในส่วนที่เป็นประธานโอลิมปิคฯ และ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะใน 600 บาทที่จ่ายตรงนั้น จะมีค่าอาหารอยู่ 300 บาท ในส่วนเบี้ยเลี้ยง 300 บาทก็จ่ายตรงได้ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่สมาคมค่อนข้างไม่เห็นด้วยในส่วนค่าอาหาร ซึ่งหลายๆสมาคม ได้นำส่วนนี้มาบริหารจัดการด้านโภชนาการให้นักกีฬา ยกตัวอย่าง เทควันโด ที่ตนดูแล ก็จะมีการนำไปจัดอาหารที่เป็นหลักตามวิทยาศาสตร์การกีฬาตามชนิดกีฬานั้นๆ และนักกีฬาก็มารับประทานร่วมกันทั้ง 3 มื้อ ซึ่งถ้าคิดตามมูลค่าอาหารนั้นเกินงบประมาณ 300 บาทของนักกีฬาอยู่แล้ว

“ผมมองว่า ปัญหาที่ผ่านมาคือการจ่ายเงินล่าช้าของกองทุนฯ มากกว่าที่ทำให้กระบวนการบริหารจัดการดูแลนักกีฬาของสมาคมฯมีปัญหา เพราะแต่ละสมาคมฯมีหน้าที่ดูแลนักกีฬา เพื่อสร้างนักกีฬาที่มีศักยภาพ มีประสิทธิภาพไปสู่ความเป็นเลิศ การจ่ายเงินตรงใหเนักกีฬาโดยรวมค่าอาหารอยู่ในนี้ก็จะมีผลต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการของสมาคมฯ การดูแลควบคุมอาหารก็มีปัญหา และการมาฝึกซ้อม การขาดซ้อม รวมถึงการเปลี่ยนตัวนักกีฬาก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้านเอกสาร กระบวนการโอนเงินเกินแล้วต้องทวงเงินกลับจะทำได้หรือไม่ ก็จะเป็นปัญหาตามมาอีก เป็นความยากในการทำงานของสมาคมกีฬา”

ผศ.พิมล กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าระบบจ่ายเงินของกองทุนฯแบบเดิมดีอยู่แล้ว คือโอนผ่านสมาคมกีฬา โดยเฉพาะค่าอาหาร ส่วนเบี้ยเลี้ยง 300 บาทจะโอนตรงให้นักกีฬาก็ได้ แต่กองทุนฯก็ควรปรับขั้นตอนการจ่ายให้เร็ว และตรงเวลาเพราะปัญหาที่ผ่านมาคือ การจ่ายให้นักกีฬาล่าช้า มีติดค้างหลายเดือน จนทุกสมาคมกีฬาต้องแก้ปัญหาด้วยการสำรองจ่ายให้นักกีฬาไปก่อนเหมือนเช่นซีเกมส์ที่ผ่านมา มหกรรมจบไปแล้วนักกีฬาเพิ่งจะได้รับเงินกันครบ