เสธ.ยอด แนะโครงสร้างกระทรวงกีฬาเอกเทศ ดึงเยาวชน-ผู้สูงอายุ ปูทางด้านสุขภาพ-เป็นเลิศ

13.03.26 | 08:08 น.

เสธ.ยอด แนะโครงสร้างกระทรวงกีฬาเอกเทศ ดึงเยาวชน-ผู้สูงอายุ ปูทางด้านสุขภาพ-เป็นเลิศ

“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ (ฟอนซ่า) และนายกกิตติมศักดิ์ของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีแนวคิดของรัฐบาลจะตั้งกระทรวงการกีฬาขึ้นมาแล้วตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมนว่า เห็นด้วยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มีความคิดที่ดีในการที่แยกเรื่องของเศรษฐกิจออกไปจากกีฬา เพราะท่องเที่ยวเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ และท่องเที่ยวก็ต้องอิงอยู่กับวัฒนธรรม ซึ่งก็จะประกอบด้วยวัตถุโบราณ และสิ่งอะไรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปราสาท และอื่นๆ ซึ่งอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม ฉะนั้นการท่องเที่ยวจะอยู่เกี่ยวพันกับวัฒนธรรมเป็นอย่างดี

เสธ.ยอด กล่าวว่า ย้อนย้อนกลับหากีฬา ที่จะแยกออกมาก็คงจะต้องมานั่งคุยกันในรายละเอียด เพราะว่าเรื่องกีฬาจะต้องดูแลนักกีฬาตั้งแต่เด็กเยาวชนไปถึงผู้สูงอายุ ดังนั้นจะมีความเกี่ยวพันกับทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งก่อนหน้านี้ สสส. ก็จับมือกับกรมพลศึกษามา สำหรับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ก็จะดูแลเฉพาะกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ รวมทั้งบรรดานักกีฬามวยไทยทั้งหลาย ส่วนเด็กเยาวชนนั้นตอนนี้ทางกรมพลศึกษา ก็ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการเริ่มต้นในการปูพื้นฐานให้กับทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการที่จะปั้นเด็กไปสู่ความเป็นเลิศอีกที

“ดังนั้นจะต้องมานั่งคุยในรายละเอียดโครงสร้างว่า จะมีกรมไหนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือหน่วยงาน สสส.จากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะมาเข้าร่วมด้วยไหม ในกระทรวงกีฬาหากแยกออกมา มันก็จะสามารถทำให้กระทรวงกีฬา และเยาวชน รวมทั้งผู้สูงอายุต่างๆ ก็จะเดินหน้าได้อย่างดี โดยดูแลในส่วนกีฬาตั้งแต่เกิดไปจนกระทั่งตาย และก็จะทำให้เรื่องสุขภาพของประชาชน ที่เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าสุขภาพดีโรงพยาบาลก็ไม่ต้องสร้างขึ้นมาก ฉะนั้นก็ต้องมานั่งคุยกันว่ากระทรวงกีฬาที่จะทำนั้น นอกจากกีฬาเพื่อความเป็นเลิศแล้ว ยังมีกีฬาเพื่อมวลชนที่ช่วยสร้างสุขภาพให้กับประชาชนจะต้องทำอย่างไรกัน นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ในการที่ท่านนายกฯได้เสนอแนวคิดตรงนี้ออกมา”

เสธ.ยอด กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันทางสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ (ฟอนซ่า) จะมีการประชุมกัน และก็เสนอแนะสิ่งที่เราประสบมาตั้งแต่นานมาแล้ว เสนอให้กับทางรัฐบาล เพื่อที่จะได้เดินหน้าร่วมกันในการสร้างสุขภาพ สร้างความเป็นเลิศ ให้กับประชาชนในชาติ ทุกสมาคมกีฬาที่อยู่ในฟอนซ่า หรือไม่ว่าจะเป็นในคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ทุกสมาคมกีฬาเรามีจิตอาสาที่จะสร้างความเป็นเลิศ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในชาติมาโดยตลอด ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นมาก็คือเรื่องของงบประมาณที่ออกมาช้า หรือไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ

ประธานฟอนซ่า กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกประการหนึ่งที่ทุกสมาคมกีฬามีปัญหาคือ เราไม่รู้ว่าเรามีต้นทุนเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็ได้ตระหนักและเราก็จะไปคุยกันระหว่าง ผู้จัดการกองทุนฯและฟอนซ่า ในรายละเอียดเริ่มต้นก่อนว่า สมาคมกีฬาไหนน่าจะได้จำนวนงบเท่าไหร่อย่างไรบ้าง ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการที่เราได้เอาตัวอย่างมาจาก UK Sports หรือไม่ก็ China Lottery Sports เขาแบ่งสันปันส่วนเรียบร้อยหมด เราก็จะมาคุยกันว่าในชาติมหาอำนาจแห่งวงการกีฬาโลกเขาทำกันอย่างไร และเราก็นำมาจัดทำจัดสรรปันส่วนแบ่งให้แต่ละสมาคมกีฬาที่ได้มากน้อยไม่เท่ากัน ก็เป็นไปตามสัดส่วนของความเก่ง และการสร้างความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในชาติ

Advertisement

“สำหรับเรื่องการแยกกระทรวงกีฬานั้น เห็นทางท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่า จะแล้วเสร็จประมาณ 6 เดือน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยาก เพียงแต่ว่าเราต้องมานั่งดูกรมของกระทรวงต่างๆทั้งหลาย อะไรบ้างที่เข้ามา อะไรบ้างที่กระทรวงนั้นเสียไป จะเอาอะไรไปใส่เพิ่มเติมขึ้นมา ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วถ้าเราเอากรมเยาวชน กรมผู้สูงอายุ มาจากทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เขาก็ขาดไป แต่ว่าทาง พม. ก็เคยมีกรมอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาก่อน อย่างเช่นกรมประชาสงเคราะห์ ก็อาจจะเอากรมพัฒนาชุมชน ซึ่งอยู่กระทรวงมหาดไทย เอาไปให้กระทรวง พม. เพื่อให้เดินหน้ากันได้ เช่นนี้เป็นต้น สิ่งที่นำเรียนไปทั้งหมดนี้ก็จะต้องนำมานั่งปรึกษากันอีกทีในแนวทางที่ถูก ที่ต้อง ที่ควร ที่จะทำให้ ประเทศชาติเดินหน้าอย่างมีความภาคภูมิใจ และมีสุขภาพให้กับประชาชนที่แข็งแรง”