สุรศักดิ์ เร่งนำข้อมูลจัดยูธโอลิมปิก 2030 หารือนายกฯด่วน ก่อนนำเข้า ครม. 21 เม.ย.

16.04.26 | 15:00 น.

สุรศักดิ์ เร่งนำข้อมูลจัดยูธโอลิมปิก 2030 หารือนายกฯด่วน ก่อนนำเข้า ครม. 21 เม.ย.

เมื่อวันที่ 16 เมษายน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้เข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และร่วมพูดคุยหารือถึงแนวทางในการทำงานร่วมกัน โดยมี นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมด้วยที่ชั้น 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารซี

ในโอกาสนี้ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีแก่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงของที่ระลึกจากกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ก่อนร่วมพูดคุยหารือถึงแนวทาง และปัญหาในวงการกีฬาไทยร่วมกันกว่า 2 ชั่วโมง

หลังการประชุมหารือร่วมกัน นายสุรศักดิ์เปิดเผยว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เริ่มต้นพูดคุยกันผลักดันวงการกีฬากับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ เรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ที่ขณะนี้เหลืออยู่เพียง 3 ประเทศสุดท้ายก่อนจะมีการตัดสินโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ซึ่งมีประเทศไทยติดอยู่ในนี้ด้วย ทั้งนี้การจัดการแข่งขันจะต้องใช้งบประมาณที่มีการทำแผนมาจากทั้งคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ 5,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบจัดการแข่งขันและจะใช้ในการเตรียมนักกีฬาอีกจำนวนหนึ่งด้วย

“ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อะไรที่สามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยก็มีหน้าที่ในการให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องด้วยการเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง และเป็นงบผูกพันที่จะต้องมีการใช้เตรียมการเป็นระยะเวลา 4 ปีนับจากนี้ ผมจะเชิญการกีฬาแห่งประเทศไทยในการดูรายละเอียดข้อมูล ดูความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประเทศชาติและคนไทยจะได้รับ เพื่อเร่งนำเรื่องเข้าหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก่อนจะผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันในวันอังคารที่ 21 เมษายนนี้”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวอีกว่า โดยหลักการการทำงานทุกอย่างตนจะยึดความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับเป็นหลัก ซึ่งยูธโอลิมปิกเกมส์ก็เป็นมหกรรมที่ต้องลงทุนต่อเนื่องเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพ ก็อยากจะให้มั่นใจว่าจะเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าที่สุดในภาวะที่โลกอยู่ในความไม่ปกติของสภาวะเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจ

Advertisement

นายสุรศักดิ์กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องยูธโอลิมปิกแล้ว ก็ได้รับฟังเรื่องปัญหาโครงสร้างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และเรื่องปัญหาของสมาคมกีฬา ก็รับปากว่าจะเข้าไปดูแลแก้ไขต่อไป

ด้าน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวว่า การได้เข้าหารือพูดคุยกับรัฐมนตรีฯในวันนี้ มีหลายเรื่องที่เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาในวงการกีฬา ซึ่งท่านก็ได้เปิดรับฟังเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องยูธโอลิมปิกก็คงต้องไปจบที่นายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขหลายอย่าง ซึ่งท่านก็รับฟังและพร้อมจะเดินหน้าแก้ปัญหา หลังจากนี้ก็คงจะได้มีโอกาสได้เข้าพบและหารือกับรัฐมนตรีอีกหลายครั้ง เพื่อร่วมกันผลักดันและพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ไปอยู่ในจุดที่เป็นสากล และสดใสมากขึ้นแน่นอน