ซันชิโร่ ตำนานตะกร้อไทย ร่ายยาวถึงปมดราม่า แนะธนาเช็กกฎไม่แข่งต่อให้ชัด

29.05.26 | 13:19 น.

ซันชิโร่ ตำนานตะกร้อไทย ร่ายยาวถึงปมดราม่า แนะธนาเช็กกฎไม่แข่งต่อให้ชัด

จากประเด็นดราม่าในวงการตะกร้อโลกจากการแข่งขันตะกร้อ รายการ “อิสตาฟ เซปักตะกร้อ เวิลด์คัพ 2026” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย พบกับเจ้าภาพ มาเลเซีย โดยทีมไทยไม่ขอแข่งต่อ เพราะไม่พอใจกับการตัดสินของ มูฮัมหมัด ราดี้ กรรมการชาวสิงคโปร์ และอาจส่งผลให้ถูกตัดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ รวมถึงมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 พฤษภาคม ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ช่วงเดือนกันยายนนั้น

ล่าสุด “ซันชิโร่” วีรัส ณ หนองคาย อดีตนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมตะกร้อซาอุดีอาระเบีย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Na Nongkhai Veeras ระบุเกี่ยวกับประเด็นร้อนแรงในวงการตะกร้อว่า อดห่วงไม่ได้ที่เห็นกระแสข่าว ขอให้ทุกคนอ่านให้จบ และวิเคราะห์ให้เป็นกลาง ถ้าคนเคยคุมกีฬาระดับมานานาชาติ หรือระดับโอลิมปิกจะเข้าใจครับ เรื่องที่เป็นกระแสนี้ เรื่องการแข่งขันตะกร้อที่มาเลเซีย มีปัญหาอยู่ว่า เรื่องที่กรรมการตัดสินไม่ยุติธรรมในกฎกติกา การเหยียบเส้น ฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ ทำให้มีการประท้วงกรรมการ และไม่ย่อมเล่นต่อเนื่องให้จบการแข่งขัน ส่งผลให้กรรมการตัดสินทีมไทยว่า (walk out) และให้ทีมมาเลเซียชนะการแข่งขันเป็น (walk over)

ตอนปี 2016 มี 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน ทีมมาเลเซียไม่ยอมตรวจสารโด๊ป และ walk out ผู้จัดการทีม และทีมผู้ฝึกสอน ถูกแบน 5 ปีห้ามทำหน้าที่ ส่วนนักกีฬาทำเรื่องขอผ่อนโทษไม่รู้กี่เดือน หรือปี ขอดูที่โอลิมปิกฯมาเลเซียน่าจะได้ครับ, ผมจะเล่าเหตุการณ์ครั้งหนึ่งปี 2006 ที่กาตาร์ เอเชี่ยนเกมส์ ตะกร้อคู่ หญิง semi-final ไทย พบ จีน ปัญหาเกิดระหว่าง ญี่ปุ่น พบเวียดนาม เหมือนกับไทย พบ มาเลเซีย วุ่นวายพอสมควรเหมือนกัน ซึ่งผู้จัดการที่รู้จักผมดี Misawa ปัจุบันตำแหน่งรักษาการ นายกฯตะกร้อญี่ปุ่น ผมแนะนำให้ญี่ปุ่นต้องทำเรื่อง (protest) อย่า (walk out)

ขอเปลี่ยนกรรมการซึ่งผมอยู่ในเหตุการณ์นั้น เพราะผมเป็น (ITO) ผมแนะนำกับผู้จัดทีมญี่ปุ่น ให้ทำเรื่อง (Protest) ซึ่งมีแบบฟอร์มอยู่แล้วพร้อมแนบเงิน 100 เหรียญสหรัฐ ส่งทันทีให้กับ July ซึ่งมีทุกการแข่งขันระดับนานาชาติ เพื่อตัดสินปัญหาในการแข่งขันนั้นๆ และผู้ตัดสินก็หมดสิทธิการเป็นผู้ตัดสินเลย และหลายๆ เหตุการณ์ตั้งแต่ผมเป็นทีมชาติไทยในการแข่งขัน พวกเราทีมชาติไทยไม่เคยยอมแพ้

อีกอย่างเพิ่มขึ้นมาคือ Dopping (WADA) ถ้าไม่ยอมตรวจ ถือว่ามีสารโด๊ป ทั้ง 2 กฎนี้จะถูกแบน 5 ปี, ผู้จัดการทีม และโค้ชจะมีความผิดเต็มร้อย 100% ส่วนนักกีฬานั้น สมาคม หรือโอลิมปิก ต้องทำเรื่องขอผ่อนผัน หรือขอลดโทษ ทำหนังสือถึงสหพันธ์ หรือสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) เพราะตามหน้าที่ของนักกีฬาไม่สามารถฝ่าฝืนคำสั่งของผู้จัดทีมและโค้ชได้ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนที่รับผิดชอบ

Advertisement

ส่วนผู้จัดการทีมไทยควรเอาคนนอกที่ไม่เป็นกรรมการ เช่น คุณไพโรจน์ ทำหน้าที่ ประสานงานดูแลนักกี ฬาได้ดีมาตลอด ส่วนโค้ชก็มีเยอะแยะ อดีตนักตะกร้อทีมชาติ เช่น ชูชีพ, ไพศาล, ท๊อป (เพชรบุรี) อดีตตัวทำทั้งนั้น ส่วนตัวเสิร์ฟ รองโจ้ สืบศักดิ์ และอีกหลายคน เพื่อประเทศไทยเรา บางเรื่องก็ขอให้ลืมๆ กันบ้าง สืบสานต่อวัตถุประสงค์ของนายจารึก (พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ อดีตนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย) อุตสาห์เก็บเงินมาหลายสิบปี จนสามารถสร้างโรงยิม ตั้งมูลนิธิเพื่อให้มีที่ซ้อม ไม่เร่ร่อนเหมือนเมื่อก่อน ต้องนึกถึงบุญคุณของนายจารึกที่เห็นนักกีฬาลำบากยากจนมานาน นายทำทุกอย่างเพื่อให้สมาคมและนักกีฬาสามารถลืมตาอ้าปากได้

ท่านนายกธนา (นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ปัจจุบัน) คงเข้าใจในเรื่อง (Walk out) ลองถามท่านประธานโอลิมปิคไทยฯ กฎของการไม่แข่งต่อเป็นอย่างไร? ใครทำผิดพลาดก็แก้ไข้ได้ บทลงโทษเขามีมานานแล้ว การเป็นผู้จัดการทีมต้องเรียนรู้เรื่องกฎสากล มี 2 อย่าง โด๊ป (Dopping) และไม่แข่งต่อให้จบการแข่งขันแมตช์นั้นๆ เพราะในแต่ละครั้งผู้จัดการทีมจะต้องเข้าประชุม ฝ่ายสหพันธ์เขาจะ (Briefing) ให้ผู้จัดการทีมได้ทราบและเข้าใจ สิ่งที่ห้ามในการแข่งขันระดับนานาชาติ

สมมุติ เราจัดแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติและถ่ายทอดสดการแข่งขันระหว่างไทยกับต่างประเทศ พอแข่งขันไป ประเทศนั้นหยุดการแข่งขัน ไม่แข่งขันต่อเนื่องให้จบ, ทางทีวี สปอนเซอร์ จะทำอย่างไง? นี่แหล่ะครับ เขาถึงได้ตั้งกฎเหล็กไว้ให้ปฏิบัติตาม, ทุกที่มีการเมืองทั้งนั้น แต่ละที่มีบทบาท ก็ทำหน้าที่กันไป รัฐบาลก็มีการเมือง ทุกองค์กร มีทั้งนั้น กีฬาก็มีการเมือง โอลิมปิค ถึงได้เอาคนเก่าๆ ไว้เป็นที่ปรึกษา ส่วนคนใหม่ก็เรียนรู้กันไป และให้เข้าใจบทบาท หน้าที่ของแต่ละฝ่ายว่า ควร หรือไม่ควร ยอมเจ็บปวดเพื่อรักษาองค์กรไว้

มาเรื่องทีมตะกร้อไทย ต้องฝึกให้เก่งกว่าเขา ทั้งเสิร์ฟ ทั้งทำ ให้มีความหลากหลาย เน้นตัวทำ ทำไม ต้องถอยหลังเหยียบเส้นกลาง ฝึกไม่ได้หรือ อย่างไร? ลูกล้นมาเตะสวนกลับไปเลย ทำไมต้องเปิด ชง ทำ เหมือนคนไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ว่าจะทำอย่างไรให้คู่ต่อสู้เดาใจไม่ถูกและไม่รู้ว่าเราจะทำจังหวะ ที่ 2 หรือ 3, ส่วนตัวชง ก็ทำได้เก่งๆ กันทั้งนั้นเยอะแยะ ที่ผมเห็นแต่ชงโด่งเพื่ออะไร? และกลางตาข่ายตลอด ตัวทำจะหนี บล็อกได้อย่างไร?

เขาก็รู้ว่าเราจะเล่นจุดไหนทำให้ตัวทำ สมองคิดช้าลง การแข่งขันเขาชนะกันด้วยแต้ม และยุทธศาสตร์การเล่นเกม, ส่วนท่าสวยงามเอาไว้โชว์ให้เด็กๆ หรืองานสาธิต เหมือนหนึ่ง (ทินกร) เราต้องฝึกให้ใช้ความเร็ว แม่นยำ หลากหลายให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพ, ดูตัวอย่างเกมแข่งขัน วอลเลย์บอล ดูวิธีเล่น สนุก และตื่นเต้นในการรุก ว่าใครจะมีแผน ยุทธวิธี ใครจะดีกว่ากัน ในเกมรับ และเกมรุก

ทีมตะกร้อควรเชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน Analysis, kinetic เช่น ดร.แนท มศว หรือผู้ที่ทำ 3 มิติได้มาแนะนำมุม องศาต่างๆ ความเร็วของลูกเดินทาง และ Plyometric เพื่อมาฝึก ทำท่าทางให้ถูกต้องในการเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ (Momentum)! เมืองไทยทำตะกร้ออาชีพยากมาก เพราะไม่เป็นอาชีพ เอาพวกมีอาชีพอยู่แล้ว มาเล่น ซ้ำซ้อน ทหารบก, อากาศ เรือ, ตำรวจ ทีมีอาชีพอยู่แล้ว ย้ายไปย้ายมาตามสโมสรนี้หรือตะกร้ออาชีพ

โค้ชก็เช่นเดียวกัน เอาคนที่มีอาชีพอยู่แล้วเป็นโค้ชสโมสร งงครับ, ประเทศอื่นที่เขาทำได้เพราะทุกคน มีอาชีพ คือเล่นตะกร้อ และเป็นโค้ชโดยอาชีพ อย่างเดียว ส่วนบ้านเราทำผิดวิธี การบริหารผิด พ.ร.บ.กีฬา ไม่เป็นมืออาชีพ

ผมหวังว่าทุกคนที่บ้าตะกร้อไม่น้อยกว่าผมจะเข้าใจว่า ผมไม่เคยยึดติด และมีหลายประเทศต้องการโค้ชไทย แต่ต้องทำหน้าที่ให้เป็นมืออาชีพ เรียนรู้ตลอดจนกว่าตายครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านให้จบ และเข้าใจ หน้าที่และบทบาทได้ดีเพราะตะกร้อ อย่าให้กีฬาตะกร้อ ในรุ่นเราหมดเลย อีกไม่กีปีก็ 100 แล้วครับ