นายกไตรกีฬา ดับเครื่องชนยื่นฟ้อง 157 ‘กกท.-ผู้ว่าการ-ทนุเกียรติ’ – กองทุนฯ แจงสาเหตุล่าช้าเพราะเจอพิรุธเอกสารไม่ถูกต้อง
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่สำนักงานศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ นายวิจิตร สิทธินาวิน นายกสมาคมกีฬาไตรกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เดินทางไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ในมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีผู้ที่ถูกยื่นคำฟ้องครั้งนี้คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. และนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)
ภายหลังการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ดร.วิจิตร สิทธินาวิน เปิดเผยว่า วันนี้มายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ผู้ถูกฟ้องที่ 1 คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.ก้องศักด ยอดมณี เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2 และนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 3 ในกรณีที่พวกเราคือ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย รวมทั้งสมาคมไตรกีฬาฯ ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินประจำปี และเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มายื่นฟ้องครั้งนี้ ในเบื้องต้นขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลว่าในปี 2568 และ 2569 ได้นำเงินที่มีการจัดเก็บมาปีละ 4,800 ล้านบาท เอาไปทำอะไรบ้าง ขอให้ส่งสำเนาเอกสารตาม พรบ.เปิดเผยข้อมูลข่าวสารปี 2540 ให้ตนเอง เพื่อทำการตรวจสอบว่าได้นำเงินไปใช้จ่ายนอกวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ 7 ข้อ ในมาตรา 42 (1-7) หรือไม่ เราจะทำการตรวจสอบ ถ้ามีรายการใดที่นำไปใช้นอกกรอบวัตถุประสงค์นั่นก็คือ ผิดกฎหมายแล้ว
“เราจะต้องตรวจสอบก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้กล่าวหาว่าใครทุจริตอะไร เพียงแต่ต้องการเอกสาร ข้อมูลว่าเงิน 4,800 ล้านบาท คุณเอาไปใช้อะไร โดยทางกฎหมายแล้วเราจำเป็นต้องมีหลักฐานที่แน่ชัดว่าคุณใช้อำนาจและหน้าที่ไปยังไงบ้าง มีการสนับสนุนเกื้อกูลต่อสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ตามที่ กองทุนฯ ได้มีเจตนารมณ์ในการที่จะสนับสนุนกีฬาของชาติ แค่ไหน เพียงใด”
ดร.วิจิตร กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ กกท. และกองทุนฯ อ้างว่าไม่มีเงินพอ เช่น การจัดส่งนักกีฬาไปเอเชี่ยนเกมส์, ยูธ โอลิมปิกเกมส์ หรือแม้แต่ซีเกมส์ครั้งหน้า ที่มาเลเซีย ไม่มีเงิน เงินไม่พอ ซึ่งสมัยก่อนได้ 2,200 ล้าน ทุกชนิดกีฬาในการทำกิจกรรมกีฬา ก็ยังพอๆ ถูๆ ไถๆ กันไปได้ แต่ตอนนี้มีตั้ง 4,800 ล้านบาท แต่ให้มาแค่ 1,300 ล้านบาท แล้วเงินที่เหลือเอาไปทำอะไร นี่คือ คำถามที่เกิดขึ้นในหัวใจของพวกเราสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วทุกวันนี้ตั้งแต่จัดซีเกมส์มา มีเงินค้างจ่าย ไม่จ่ายให้สมาคมต่าง ๆ มากมาย 67-68 และ 69 คิดดูผู้ฝึกสอนยังไม่ได้รับเงิน ได้มาก็กระปิดกระปอย แล้วยังมีเงินอื่นๆ อีก บอกว่าไม่มีเงิน อันนี้คือ สิ่งที่พวกเราสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ตนจึงต้องมาฟ้องศาล เพื่อขอให้สั่งเปิดเผยข้อมูล ว่า งบประมาณ 4,800 ล้าน คุณเอาไปทำอะไร นี่คือเป้าหมายในวันนี้ แต่หลังจากนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าในเอกสารจะเป็นอย่างไร ก็ต้องมาพึ่งบารมีศาล เพราะโดยทั่วไปแล้วพวกเราก็ร้องแรกแหกกระเชอกันมาหลายปีแล้วเขาก็เฉยแล้วเขาก็ไม่นำพา
“จากนี้ศาลจะส่งหมายให้ทางผู้ที่ถูกฟ้อง เพื่อแก้คำให้การ ซึ่งเมื่อมีการแก้คำให้การแล้วผมก็จะทำคำโต้แย้งกลับไป จากนั้นศาลก็จะนำไปสู่การพิจารณา ตอนนี้มันกระทบกันไปหมดทุกชนิดกีฬาได้รับความเดือดร้อน อยากเรียนให้ทราบว่าทุกวันนี้ทุกกีฬาเบิกเบี้ยเลี้ยงมาให้แค่ 2 เดือน เงินผู้ฝึกสอนให้มาแค่ 2 เดือน 3 เดือน แล้วนี่ผ่านมา 6-7 เดือน จนจะแข่งแล้ว เงินยังติดขัด ปัญหาคือ กองทุนฯ สร้างกฎกติกา เหมือนกับสร้างรั้วสร้างกำแพง ให้สมาคมกีฬาเข้าถึงเงินยากมาก ใช้เวลานาน แล้วก็ให้น้อยด้วย เวลาเบิกก็ยุ่งยาก ใช้เวลานาน มีเงื่อนไขสารพัด ทำให้สมาคมต่างๆ เข้าถึงได้ยาก มันก็เลยกระทบกันไปหมด”
นายกไตรกีฬา กล่าวต่อว่า สิ่งที่สมาคมกีฬาต้องการคือ 1 ต้องเป็นธรรมตามสมควร ตามความจำเป็น เพราะแต่ละชนิดกีฬา มีความยากง่ายไม่เท่ากัน ใช้เงินไม่เท่ากัน เราไม่ได้ต้องการให้ได้เท่ากันหรอก แต่ว่าให้ขอมันเป็นธรรมตามความเหมาะสม และความจำเป็น และอย่าให้ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก เพราะมันทำให้เกิดความยุ่งยาก และล่าช้าเพราะแต่ละเดือนต้องเขียนเอกสารเป็นปึก จนเป็นดินพอกหางหมูมาจนทุกวันนี้
“ระบบการทำงานทุกวันนี้ถ้ามีการนำ AI เข้ามาช่วยมันก็ควรจะเร็ว แต่นี่กลับช้ากว่าด้วยซ้ำ ผมว่ามันมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมามากมายต่างหาก อย่างที่ผมเรียนไว้ว่ามันเป็นเหมือนการสร้างกำแพง หลายขั้นหลายตอน สลับซับซ้อนและยากต่อการเข้าถึง” ดร.วิจิตร กล่าวทิ้งท้าย
รายงานข่าวจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แจ้งว่า หลายปีที่ผ่านมาสมาคมกีฬาที่ไม่มีปัญหาเรื่องของเอกสารเบิกจ่าย และกองทุนฯ ตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง กระบวนการเบิกจ่ายไม่มีล่าช้า เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบเบิกจ่ายทางราชการ แต่หลายๆ สมาคมกีฬา เอกสารเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง ตรวจสอบเอกสารแล้วพบพิรุธหลายอย่าง เจ้าหน้าที่กองทุนฯ ก็ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ จึงต้องส่งเรื่องกลับไปให้สมาคมกีฬาต้นสังกัดดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะเป็นเงินรัฐ จะเบิกจ่ายโดยที่เอกสารไม่ถูกต้องคงไม่ได้ แล้วสมาคมกีฬาที่ล่าช้าในเรื่องการเบิกจ่ายก็ไม่สามารถชี้แจงเอกสารเบิกจ่ายได้อย่างถูกต้อง จึงทำให้ล่าช้า



