ปีที่ 5 ใหญ่กว่าเดิม! 12 ทีม 4 ประเทศ ร่วมชิงชัยฟุตบอล มิตซูบิชิ ไดมอนด์

31.07.26 | 00:15 น.

ปีที่ 5 ใหญ่กว่าเดิม! 12 ทีม 4 ประเทศ ร่วมชิงชัยฟุตบอล มิตซูบิชิ ไดมอนด์

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ ไดมอนด์ คัพ ยู14 ไทยแลนด์ 2026 (Mitsubishi Heavy Industries Diamond Cup U-14 Thailand 2026) เดินหน้าสู่ปีที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายจาก 8 ทีม เป็น 12 ทีม จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเวียดนาม เปิดเวทีให้นักฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 14 ปี ได้แสดงศักยภาพและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม และ สนามเอมพันธ์ สปอร์ต

การแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพนักฟุตบอลเยาวชน พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แข่งขันกับสโมสรชั้นนำของเอเชีย และสร้างประสบการณ์สู่เวทีระดับนานาชาติ

จากความสำเร็จตลอด 4 ปีที่ผ่านมา การแข่งขันได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปีแรกที่มีเพียง 4 ทีม ปัจจุบันขยายสู่การแข่งขันที่มีทีมเข้าร่วมตลอดโครงการถึง 24 ทีม และเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายเป็น 12 ทีม ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของประเทศไทย

ภายในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจาก ฮิเดโกะ คุโรซาวะF General Manager, Sports Promotion Center บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด, นายสุรพล จำรูญ หัวหน้างานพัฒนากีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด และ คุณรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เข้าร่วมงาน พร้อมสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้อง

ฮิเดโกะ คุโรซาวะ กล่าวว่า การแข่งขันรายการนี้เริ่มต้นจากเพียง 4 ทีมในปีแรก และในวันนี้ได้ก้าวสู่ปีที่ 5 พร้อมเติบโต เป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 14 ปีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เราหวังว่าทัวร์นาเมนต์แห่งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนานักฟุตบอลเยาวชนรุ่นใหม่ของเอเชีย และ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนฟุตบอลผ่านการแข่งขันรายการนี้ต่อไป

Advertisement

ด้าน นายสุรพล กล่าวว่า การพัฒนาเยาวชนถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาฟุตบอลอาชีพ โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะช่วยสร้างโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่การแข่งขัน ในระดับที่สูงขึ้นอย่างยั่งยืน

ขณะที่ นายรณฤทธิ์ กล่าวว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนมาโดยตลอด และเชื่อว่าการแข่งขันระดับนานาชาติจะช่วยยกระดับทั้งฝีเท้า ประสบการณ์ และแนวคิดแบบมืออาชีพของนักฟุตบอลรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของวงการฟุตบอลไทยในอนาคต

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ มีทีมเข้าร่วมรอบสุดท้ายจำนวน 12 ทีม จาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย
1. อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส – ญี่ปุ่น
2. ซิดนีย์ เอฟซี – ออสเตรเลีย
3. ฮานอย เอฟซี – เวียดนาม
4. นินห์บินห์ เอฟซี – เวียดนาม
5. อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด – แชมป์เก่า 2025
6. เมืองทอง ยูไนเต็ด
7. โรงเรียนเทพศิรินทร์
8. วชิราลัย ยูไนเต็ด
9. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย – รองแชมป์ 2022
10. พราม แบงค็อก
11. โรงเรียนบ้านเก่าวิทยา
12. โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่ม A: ซิดนีย์ เอฟซี, โรงเรียนเทพศิรินทร์, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
กลุ่ม B: อูราวะ เร้ด ไดมอนด์ส, วชิราลัย ยูไนเต็ด, พราม แบงค็อก
กลุ่ม C: นินห์บินห์ เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท
กลุ่ม D: ฮานอย เอฟซี, อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด, โรงเรียนบ้านเก่าวิทยา

นอกจากการชิงแชมป์แล้ว นักเตะที่ได้รับรางวัล MVP และ นักกีฬายอดเยี่ยม จะได้รับโอกาสเดินทางไปฝึกซ้อมกับ อูราวะ เร้ด อคาเดมี่ Urawa Reds Academy และเข้าชมการแข่งขัน เจลีก ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านฟุตบอลและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ ไดมอนด์ คัพ ยู14 ไทยแลนด์ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาทักษะและเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลเยาวชนไทยและเอเชียได้ก้าวสู่มาตรฐานระดับนานาชาติพร้อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนอย่างยั่งยืน

การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ที่สนามธันเดอร์โดม สเตเดียม และสนามเอมพันธ์ สปอร์ต