วิว เยาวภา ห่วงเยาวชนไทย เปิดแคมป์สร้างเด็กสู่ทีมชาติ

4.08.26 | 20:00 น.

วิว เยาวภา ห่วงเยาวชนไทย เปิดแคมป์สร้างเด็กสู่ทีมชาติ

“วิว” เยาวภา บูรพลชัย เปิดแคมป์บนห้างสอนยูยิตสู และ เทควันโดเยาวชนไทย ตลอดทั้งวัน เจ้าตัวให้เหตุผลเป็นห่วงสายเลือดใหม่จะขึ้นไปเสริมไม่ทัน ย้ำ 5 ปี มีดาวรุ่งเสริมทีมชาติอีกหลายคน


เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควนโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญแดงในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ หลังจากที่เลิกเล่นทีมชาติ ได้ผันตัวเองเป็นผู้ฝึกสอนกีฬาเทควันโดอย่างเต็มตัว ปัจจุบันได้เปิดยิมเนเซียม สอนเยาวชน ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้า บลูพอร์ต (หัวหิน) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันจันทร์-วันอาทิตย์ เริ่มเวลา 09.00 – 17.00 น. โดยมีเยาวชนภายในอำเภอหัวหิน สมัครเข้ามาเรียนกันอย่างต่อเนื่องทุกวัน

“วิว” เยาวภา เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีนักกีฬาเยาวชนรุ่นอายุ 6-13 ปี เข้ามาสมัครเรียนกันจำนวนหลายคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กในอำเภอหัวหิน และ บางส่วนมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงบางคนมาจากภาคเหนือ โดยมีผู้ปกครองเป็นผู้พามาสมัคครเรียนทุกวันหยุด การสอนมีทั้งแบบกรุ๊ป และ การติวเข้มแบบตัวต่อตัว ซึ่งหลายคนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากแต่เดิมทุกคนไม่มีพื้นฐานมาก่อน แต่วันนี้สามารถลงแข่งขันในหลายรายการ และ ได้เหรียญรางวัลอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีนักกีฬาเยาวชนสนใจเข้ามาสมัครเรียนกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับวัตถุประสงค์ ที่เปิดสอนเยาวชน “วิว” เยาวภา กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบกีฬาเป็นทุนเดิม นอกจากนี้ เทควันโด แล้ว ยังเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันมวยไทย เดือนละอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย ทำให้การจัดมวยไทยทุก ๆ ครั้ง จะได้รับความสนใจจากแฟนมวยทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติเข้ามาชมและเชียร์กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้นักมวยเยาวชน และ ประชาชน ที่ผ่านเวทีแห่งนี้หลายคน ได้เข้าไปชกที่เวทีมาตรฐานในกรุงเทพฯ หลายคนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้เปิดสอนกีฬา ยูยิตสู ควบคู่ไปด้วยกัน ที่สำคัญหากเยาวชนคนใดไม่มีทุน ยินดีสอนให้ฟรี อีกด้วย

สุดท้าย “วิว” เยาวภา บูรพลชัย ยังได้ยืนยันอีกด้วยว่า การเปิดสอนกีฬาเทควันโด เป็นความตั้งใจที่ต้องการสร้างนักกีฬาสายเลือดใหม่ เนื่องจากขณะนี้นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ในสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ทุกคนมีความสามารถดีอยู่แล้ว แต่เนื่องจาก นักกีฬาเทควันโด เป็นกีฬาต่อสู้ ที่ต้องปะทะกันตลอดการแข่งขัน โอกาสที่จะเกิดอาการบาดเจ็บมีตลอดเวลา ดังนั้นการสร้างนักกีฬาสายเลือดใหม่ จึงเป็นการร่วมด้วยช่วยกัน โดยไม่ได้หวังว่า นักกีฬาเยาวชนกลุ่มนี้จะต้องเป็นนักกีฬาทีมชาติ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทุกคนหันมาสนใจเล่นกีฬา และ ห่างไกลจากยาเสพติด แต่หากมีใครสักคนได้มีโอกาสติดทีมชาติต่อไปในวันข้างหน้า ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งนักกีฬา และ ผู้ฝึกสอน

Advertisement