หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ชลิตรัตน์ ออก...

ชลิตรัตน์ ออกโรงเป็นตัวแทน ส.กีฬา ส่งสารน์ถึงรองนายกฯทรงศักดิ์ ทบทวนนโยบายจัดสรรงบ

15.08.26 | 02:02 น.

ชลิตรัตน์ ออกโรงเป็นตัวแทน ส.กีฬา ส่งสารน์ถึงรองนายกฯทรงศักดิ์ ทบทวนนโยบายจัดสรรงบ

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา นายกสมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ไปสู่สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ว่า ตนขอออกมาพูดในนามตัวแทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย อย่างแรกคือได้รับแจ้งมาว่า งบประมาณที่ค้างในปี 2567 และ ปี 2568 ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย กับกองทุนฯ ยังติดค้างกับสมาคมกีฬา เนื่องจากถูกดึงไปใช้ในส่วนอื่นๆ อย่าง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอื่นๆ สมาคมกีฬาจะไม่ได้รับ นี่ถือว่าเสียไปส่วนหนึ่ง พอมางบประมาณปี 2570 กองทุนฯ ก็จะจัดสรรงบประมาณเพียงแค่ 1,300 ล้านบาทให้กับกิจกรรมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และจะไม่มีเพิ่มมากกว่านี้ ซึ่งปกติฝ่ายเป็นเลิศที่ดูแลโดยสมาคมกีฬาจะใช้งบประมาณรวมทุกสมาคมกีฬาอยู่ที่ราวๆ 2,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งงบประมาณตรงนี้ก็จะรวมทุกกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และบุคคลากรกีฬา นอกจากนี้ ยังรวมถึงการจัดการแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทย รายการนานาชาติ การส่งนักกีฬาไปแข่งขันยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือ สร้างผลงาน เก็บคะแนนสะสมโลก เพื่อต่อยอดไปสู่รายการสำคัญๆของภูมิภาคและของโลก


“ในเรื่องนี้ ผมได้เคยแย้งไปแล้วว่า งบประมาณใหม่ที่กองทุนฯจัดสรรเพื่อให้สนับสนุนกิจกรรมการพัฒนากีฬาเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศนั้นน้อยเกินไป อีกทั้งยังจะมีการแจกจ่ายให้สมาคมกีฬาด้วยวิธีใหม่คือ การกำหนดให้งบประมาณตามศักยภาพของแต่ละสมาคมกีฬา โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งอันดับสูงสุดจะได้รับงบประมาณ ไม่เกิน 35 ล้านบาท อันดับรองลงมาก็ 14 ล้านบาท, 8 ล้านบาท และ 2 ล้านบาท สุดท้ายก็คือ สมาคมที่กำลังพัฒนาก็จะได้แค่ 2 ล้าน ในปี 2570 และผมก็เชื่อว่า สมาคมกีฬาใหญ่ๆ กับงบประมาณที่จัดสรรมานี้ยังไงก็ไม่พอสำหรับการพัฒนานักกีฬาไปสู่เป็นเลิศ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องไปสะสมคะแนนเพื่อจะได้โควต้าเข้าแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และรายการนานาชาติที่ต้องใช้อันดับโลกเป็นเกณฑ์พิจารณา”

นายชลิตรัตน์ กล่าวอีกว่า ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณตามศักยภาพของสมาคมกีฬานั้น ตนได้สอบถามไปในที่ประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนพัฒนากีฬาฯ ซึ่ง นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ ได้แจ้งว่า นี่คือนโยบายของประธานฯ คือนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลงานด้านกีฬาของชาติ ได้ให้นโยบายมาให้ทำแบบนี้ ซึ่งในการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ได้รับปากว่าจะนำประเด็นนี้กลับไปหารือกันใหม่ระหว่างการกีฬาฯ กับ กองทุนฯ

“การที่ผู้จัดการกองทุนฯพูดมาแบบนี้ ผมก็ถือว่านี่คือนโยบายของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี และผมก็เชื่อว่าด้วยนโยบายนี้จะทำให้การกีฬาของประเทศถดถอยลงแน่นอน และผมก็ขอร้อง ขอวิงวอนไปยังรองนายกรัฐมนตรีฯได้กรุณาทบทวนแก้ไขเถอะนะครับ หากยังคงเดินหน้าตามนโยบายนี้ต่อ ท่านก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายชลิตรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement