ทัพเยาวชน 27 คน 10 กีฬาแข่งยูธ อลป. 2026 – กกท. แนะไทยควรเสนอตัวเจ้าภาพ 2034 หากวืด 2030
ทัพนักกีฬาเยาวชนไทย 27 คน 10 ชนิดกีฬา เตรียมพร้อมไปสู้ศึกมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 “ดาการ์ 2026” วันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569 ที่เมืองดาการ์ ประเทศเซเนกัล ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. แอบลุ้นประเทศไทย ยังมีความหวังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ปี 2030 หลังไอโอซี ชะลอการเลือกเจ้าภาพออกไปก่อน
ความเคลื่อนไหวมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชน ฤดูร้อน หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 “ดาการ์ 2026” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569 ที่เมืองดาการ์ ประเทศเซเนกัล โดยเจ้าภาพบรรจุกีฬาแข่งขันทั้งหมด 25 ชนิด ประกอบด้วย บาสเกตบอล (3×3), ยิงธนู, ยิมนาสติก, กรีฑา, แบดมินตัน, เบสบอล, แฮนด์บอลชายหาด, วอลเลย์บอลชายหาด, มวยปล้ำชายหาด, มวยสากล, เบรคแดนซ์, เรือพาย, ขี่ม้า, ฟันดาบ, ฟุตซอล, ยูโด, จักรยาน, รักบี้ฟุตบอล 7 คน, เรือใบ, สเกตบอร์ด, กีฬาทางน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, ไตรกีฬา และวูซู ชิงชัยรวม 153 เหรียญทอง
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมมหกรรมกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 จำนวน 27 คนใน 10 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา 2 คน, แบดมินตัน 2 คน, แฮนด์บอลชายหาด 10 คน, วอลเลย์บอลชายหาด 2 คน, มวยสากล 2 คน, เรือพาย 2 คน, จักรยาน 1 คน, วินด์เซิร์ฟ 2 คน, ว่ายน้ำ 2 คน และเทเบิลเทนนิส 2 คน โดย กกท. ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณการเก็บตัวและฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งนักกีฬาทุกคนได้ผ่านการคัดเลือกจากสหพันธ์กีฬานานาชาติและได้โควตาเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งมหกรรมกีฬารายการนี้จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่นักกีฬาสายเลือดใหม่ของเราจะได้พิสูจน์ฝีมือและพัฒนาตัวเองในเวทีกีฬาระดับโลก
นอกจากนี้ ผู้ว่าการ กกท. ยังได้กล่าวอีกว่า กรณีที่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ยังไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกเจ้าภาพมหกรรมกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี 2030 ได้ โดยอยู่ระหว่างการทบทวนยุทธศาสตร์การคัดเลือกเจ้าภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้ ประเทศไทย (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพโดยแข่งขันกับกรุงอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย และกรุงซานติอาโก ประเทศชิลี นั้น ตนมองว่า ประเทศไทยยังไม่ควรทิ้งโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพ เนื่องจากมหกรรมกีฬารายการนี้เน้นการใช้สนามแข่งขันที่มีอยู่แล้ว การลงทุนด้านต่าง ๆ จะเป็นไปอย่างคุ้มค่าและพัฒนา ไม่สร้างภาระโครงสร้างพื้นฐานเกินความจำเป็นแก่เมืองเจ้าภาพ ดังนั้น กกท. จะได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ในระหว่างที่ ไอโอซี กำลังทบทวนยุทธศาสตร์ดังกล่าว
“กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สอบถามมายัง กกท. เกี่ยวกับข้อมูลของมหกรรมกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาที่ผสมผสานเรื่องของการแข่งขันกีฬาเพื่อความเป็นเลิศกับ วัฒนธรรมและการศึกษา ส่งเสริมการสร้างทักษะในชีวิต สำหรับเรื่องงบประมาณนั้นไม่มีปัญหาถ้ารู้ล่วงหน้า 4 ปี ก็สามารถทยอยตั้งงบประมาณรองรับได้ ดังนั้นการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ จะได้ประโยชน์มากกว่าแค่เรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ และหากไม่ได้เป็นเจ้าภาพในปี 2030 ไทยควรจะเสนอตัวต่อไปในปี 2034” ดร.ก้องศักด กล่าว

