เทควันโดไทยสดุดีพัชรกัญน์กัดฟันคว้าทองแดงเอเชี่ยนเกมส์ แม้สูญเสียพ่อ บัลลังก์ไม่เคยประมาทคู่แข่งก่อนป้องกันแชมป์
ทัพเทควันโดทีมชาติไทยชุดทำศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น นำโดย “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง เจ้าของเหรียญทอง รุ่น 68 กก.ชาย เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นที่เรียบร้อย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีนายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ครอบครัวนักกีฬา มารอต้อนรับ ร่วมแสดงความยินดี
นายธนฑิตย์กล่วว่า ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ทีมเทควันโดไทย ทำผลงานคว้ารวม 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง แบ่งเป็นประเภทต่อสู้ 1 เหรียญทอง จาก ”หยู“ บัลลังก์ ทับทิมแดง รุ่น 68 กก.ชาย และ 2 เหรียญทองแดง จาก ”อิม“ พัชรกัญน์ พูลเกิด รุ่น 49 กก.หญิง กับ “ขนมจีบ“ ณัฐกมล วาสนา รุ่น 57 กก.หญิง โดย ในประเภทพุมเซ่ (ท่ารำ) ชายเดี่ยว “หมูปิ้ง” นาวิน ปินฑะสูตร คว้าเหรียญเงิน และ “ใบปอ” ฐิตารีย์ แก้วโอฬารวสุ คว้าเหรียญทองแดง พุมเซ่ (ท่ารำ) หญิงเดี่ยว
”สมาคมอยากชื่นชมในความมุ่งมั่น ทุ่มเทของนักกีฬาทุกคน ซึ่งก็ทำให้เราประสบความสำเร็จในการแข่งขันคราวนี้ และที่ต้องชื่นชมมากๆ ก็คือ น้องอิม ที่ทุ่มเทและแสดงสปิรติอย่างแรงกล้าเลย เพราะน้องเสียคุณพ่อไประหว่างการฝึกซ้อมที่โอซาก้า ก่อนจะไปแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งสมาคมได้รับแจ้งจากโค้ชเช และผู้บริหารสมาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ และยินดีด้วยที่จะให้น้องกลับมาหาคุณพ่อ แต่น้องอิมตัดสินสินใจที่จะลงแข่ง และช่วยคว้าเหรียญทองแดงกลับมาได้ ซึ่งตรงนี้ต้องชื่นชมหัวใจน้องเป็นอย่างมาก ซึ่งสมาคมอยากจะเป็นกำลังใจให้กับน้องอิม และจะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพให้คุณพ่อของน้องในวันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม นี้ ส่วนหลังจากนี้โค้ชเชจะให้นักกีฬาได้พัก 10 วัน หลังซ้อมกันมาอย่างหนัก“
ด้าน “โค้ชเช” ชัชชัย เช หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย กล่าวว่า เราทำได้ตามเป้าหมายก็คือ 1 เหรียญทอง ถ้านับตั้งแต ปี2010 ที่นครกว่างโจว ประเทศจีน เราได้เหรียญทองมาตลอด อย่างไรก็ตามไปคราวนี้ก็นักกีฬา ทีมโค้ชก็กดดัน นักกีฬาเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นตัวใหม่ ดังนั้นก็ไม่ง่าย ยอมรับว่าเสียดายบางรุ่นที่พลาดไป ซึ่งครั้งนี้เป็นการแข่งที่อิงจากรุ่นโอลิมปิกเกมส์ด้วย ดังนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นการแข่งขันที่ยากจริงๆ หลังจากนี้จะมีชิงแชมป์โลก 2027 ซึ่งสำคัญมากๆ เราต้องตุนคะแนนให้ได้มากๆ เพื่อปูทางไปสู่การแข่งขันโอลิมปิก 2028 ด้วย
บัลลังก์กล่าวว่า ดีใจมากๆ ที่ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ที่ผ่านมาซ้อมอย่างหนักมาตลอด แล้วก็มาทำสำเร็จ คว้าเหรียญทองในแมตช์ใหญ่แมตช์นี้ แม้ช่วงต้นปีจะมีฟอร์มที่ไม่ดี แพ้บ่อยในรอบแรกๆ และรู้สึกว่าทำได้ไม่ดีเลย แต่ก็ให้กำลังใจตัวเองตลอดและก็กลับมาทันในแมตช์เอเชี่ยนเกมส์
“ผมไม่เคยมองตัวเองเก่งครับ มองคู่ต่อสู้เก่งกว่าเสมอ เพราะว่าจะได้ไม่ประมาทคู่ต่อสู้ สำหรับนักกีฬาทุกคนเหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ที่สำคัญทุกยอมแพ้ไม่ได้ พวกเราต้องเต็มที่ และหากหยุดเมื่อไหร่ ก็คือแพ้ทันที เป้าหมายหลังจากนี้ก็ยังมีอยู่ครับ ยังมีอีกหลายแมตช์ให้ผมต้องพิสูจน์ตัวเอง ก็ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ผม เป็นกำลังใจให้ทีมเทควันโดไทยด้วย”
“อิม” พัชรกัญน์ กล่าวว่า กดดันพอสมควร เพราะคู่ต่อสู้ในรุ่นหลายคน แข็งแกร่งกว่าตนเอง แต่ก็บอกตัวให้ต้องทำให้ได้ ซึ่งครอบครัวก็เป็นกำลังใจอย่างดีให้กับตนเอง เหรียญรางวัลที่ได้มา ก็ทำให้มีกำลังใจที่ซ้อมและพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย เหรียญรางวัลนี้อยากมอบให้ครอบครัว มอบให้คุณพ่อ และทุกๆ คน อยากขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ และมีคนส่งข้อความมาเยอะมาก อยากขอบคุณจากใจจริงๆ
“ขนมจีบ” ณัฐกมล เจ้าของเหรียญทองแดง รุ่น 57 กก.หญิง เปิดเผยว่า คิดว่าตนเองน่าจะเล่นในรุ่นน้ำหนักนี้ แม้ตอนนี้จะยังไม่เต็มรุ่น น้ำหนักตัวเองยังไม่ถึง 57 กก. หลังจากนี้จะต้องพัฒนาร่างกายของตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าแข่งรุ่น 57 กก. ดีกว่าตอนแข่ง 49 กก.ไหม ก็อาจจะบอกได้ว่าคนละความรู้สึกกัน รุ่น 57 กก.ตอนนี้ ดีตรงที่ไม่ต้องลดน้ำหนัก แต่ก็จะต้องเพิ่มกล้ามเนื้อเข้ามาแทน ก็รวมๆก็อาจจะบอกได้ว่าชอบรุ่น 57 กก.มากกว่า ซึ่งก็ต้องเพิ่มความแข็งแรงให้มากกว่านี้ เพื่อไปสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ส่วนรถที่จมน้ำท่วมอยู่ที่ราชมังคลากีฬสถาน ตอนนี้ยกไปซ่อมอยู่ ไม่รู้ว่าหนักแค่ไหน ก็ต้องดูคุณพ่อจะซื้อให้ใหม่ไหม ถ้าซื้อใหม่ก็อยากได้รถไฟฟ้า









