หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ทัพใหญ่เอเชี่...

ทัพใหญ่เอเชี่ยนพาราเกมส์ไทยบุกญี่ปุ่นพร้อมล่า 27 ทอง ฟุตบอล-กรีฑาคนตาบอดอยู่แถวหน้าได้ลุ้น

11.10.26 | 11:39 น.

ทัพใหญ่เอเชี่ยนพาราเกมส์ไทยบุกญี่ปุ่นพร้อมล่า 27 ทอง ฟุตบอล-กรีฑาคนตาบอดอยู่แถวหน้าได้ลุ้น

 


ทัพใหญ่เอเชี่ยนพาราเกมส์ นำโดยดาวดังระดับโลก “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ, “รุ่ง” รุ่งโรจน์ ไทยนิยม, “กร” พงศกร แปยอ และ “บีม” ชัยวัฒน์ รัตนะ นั่งเครื่องเช่าเหมาลำบุกนาโกยา ญี่ปุ่น ล่า 27 เหรียญทองตามเป้าหมาย ขณะที่สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย หวังคว้า 3 เหรียญทอง ไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว โดยฟุตบอล และกรีฑาไทย อยู่แถวหน้า มีลุ้นไม่น้อย

ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าภาพจัดการแข่งขันทั้งหมด 18 ชนิดกีฬา ชิง 492 เหรียญทอง ไทยส่งเข้าร่วมครบทุกชนิดกีฬา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ทัพใหญ่พาราทีมชาติไทย ซึ่งประกอบด้วย นักกีฬา 265 คน และเจ้าหน้าที่ 147 คน รวมทั้งหมด 412 คน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำการบินไทย 2 เที่ยวบิน TG 8092 และ TG 8094 โดยมีดาวดังระดับโลก “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ เจ้าของ 3 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2024, “รุ่ง” รุ่งโรจน์ ไทยนิยม เจ้าของ 3 เหรียญทองเอเชียนพาราเกมส์ครั้งก่อน รวมถึง “กร” พงศกร แปยอ และ “บีม” ชัยวัฒน์ รัตนะ เจ้าของผลงานเหรียญทองจากเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ผ่านมา นำทัพ

Advertisement

นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยมีผลงานที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามักมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง เวลาเดินทางรวมไปกับเที่ยวบินปกติ น้อง ๆ นักกีฬา จะได้ลงเครื่องหลังคนอื่น รวมไปถึงข้าวของที่จำเป็นก็จะทยอยตามมาภายหลัง กกท. พิจารณาแล้วว่า การทยอยเดินทางไปก็มีค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากการเช่าเหมาลำ อีกทั้งน้อง ๆ นักกีฬาต้องไปตรวจคลาสพร้อมกัน วันที่ 13-15 ตุลาคม 2569 ก่อน จึงเช่าเหมาลำให้น้อง ๆ นักกีฬา เดินทางไปด้วยกันทั้งหมด เพื่อสะดวกต่อการเดินทาง ไปถึงพร้อมกัน เข้าที่พักพร้อมกัน ตรวจคลาสพร้อมกัน อุปกรณ์ของนักกีฬาไปถึงเร็วไม่กระทบกับการฝึกซ้อม

“นักกีฬาพาราทีมชาติไทย ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ไทยทำได้ 27 เหรียญทอง อยู่อันดับที่ 7 ของตารางเหรียญรางวัล ครั้งนี้ไม่อยากกดดันนักกีฬา อยากให้น้อง ๆ นักกีฬา แสดงผลงานให้เต็มที่ โชว์ศักยภาพให้เต็มที่เพื่อประเทศชาติ โดยเชื่อว่าจะทำได้ไม่น้อยกว่าเดิม 27 เหรียญทอง” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

ขณะที่ความพร้อมของสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย 1 ใน 4 สมาคมที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ โดยส่งนักกีฬา 6 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา 8 คน, ฟุตบอลคนตาบอด 8 คน, จักรยาน 3 คน โกลบอล 12 คน, ยูโด 2 คน และ ว่ายน้ำ 2 คน รวม 35 คน ไปชิงชัย

นายวรากร กระแสร์ตานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ครั้งนี้สมาคมฯ ตั้งเป้าหมายไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว 3 เหรียญทอง เพราะนักกีฬาของเราอยู่ในแถวหน้าเอเชียและโลก แต่ก็ไม่ได้กดดันนักกีฬา โดยความหวังอยู่ที่กรีฑา วิ่ง 100 เมตร และ 400 เมตร ชาย ซึ่ง “มอส” จักริน ดำมุนี เจ้าของสถิติเอเชียคว้ามาได้ 2 เหรียญทองเมื่อหนที่แล้ว มีความพร้อม สถิติตอนนี้น่าพอใจ

“นอกจากนี้ยังมีลุ้นจากทีมฟุตบอลคนตาบอด ครั้งที่แล้วเราคว้าเหรียญทองแดงมาได้ แต่ปัจจุบันทีมเราอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก และเคยขึ้นไปสูงสุดอันดับ 4 ของโลก รอบนี้มั่นใจว่าจะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยังมีโกลบอล ทีมชายอันดับ 3 ของเอเชีย ทีมหญิง อันดับ 4 ของเอเชีย ก็มีลุ้นเหรียญ ซึ่งหลาย ๆ ชนิดกีฬาเราอยู่แถวหน้าของเอเชียและโลกมีโอกาสลุ้นเหรียญ แต่จะไปถึงเหรียญทองหรือไม่ต้องไปลุ้นกัน” นายวรากร กล่าว