มาเลเซียทุ่มงบ กว่า 5.6 พันล้าน จัดซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ด้านไทยตั้งเป้า เจ้าเหรียญทอง
“บิ๊กแนต” นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้เผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่ ประเทศมาเลเซีย จากการประชุมคณะกรรมการบริหารสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 3 ล่าสุด ฝ่ายจัดการแข่งขันของเจ้าภาพร่วมกับคณะกรรมการซีเกมส์ ได้ข้อสรุปข้อยืนยันเกี่ยวกับชนิดกีฬาและจำนวนเหรียญรางวัลที่จะมีการชิงชัยเรียบร้อยแล้ว
โดยเปิดเผยรายละเอียดสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทัพนักกีฬาในภูมิภาคอาเซียนว่า เจ้าภาพมาเลเซียได้สรุปจำนวนกีฬาที่จะจัดแข่งขันไว้ที่ 43 ชนิดกีฬา มีชิงชัยเหรียญทั้งสิ้น 473 เหรียญทอง (473 อีเวนต์) โดยครั้งนี้รัฐบาลมาเลเซียทุ่มงบประมาณสูงถึง 700 ล้านริงกิต (ประมาณ 5,600 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่างบประมาณที่ประเทศไทยเคยใช้จัดงาน (ประมาณ 2,300–2,400 ล้านบาท) ถึงกว่าเท่าตัว สาเหตุสำคัญเนื่องจากมาเลเซียรู้สึกผิดหวังกับผลงานการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเหรียญรางวัลห่างชั้นจากประเทศไทยมาก ในครั้งนี้รัฐบาลมาเลเซียจึงอนุมัติงบประมาณก้อนโตให้ทั้ง 43 สมาคมกีฬา นำไปใช้วางโครงการพัฒนา ปรับเปลี่ยนผู้ฝึกสอน และส่งนักกีฬาไปเก็บตัวซ้อมยาวในต่างประเทศ ทั้งในยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเตรียมทวงความยิ่งใหญ่คืนในฐานะเจ้าภาพ พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมงบประมาณอุดหนุนเพิ่มเติมอีกนับพันล้านบาทสำหรับการเก็บตัวโค้งสุดท้ายในปี 2027 อีกด้วย
ในส่วนของชนิดกีฬาเจ้าภาพมาเลเซียได้ใช้สิทธิ์เลือกตัดประเภทกีฬาที่นักกีฬาของตนไม่มีความพร้อมหรือโอกาสได้เหรียญน้อยออกไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อทัพนักกีฬาไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ ยูยิตสู ซึ่งไทยเคยคว้าถึง 14 เหรียญทองในครั้งก่อน, เรือพาย, เรือแคนู, โมเดิร์นเพนทาธลอน, มวยสากลหญิง, ฟุตซอลหญิง และโปโลน้ำหญิง นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงใยถึงกติกาความได้เปรียบของเจ้าภาพ โดยเฉพาะขั้นตอนการออก “เทคนิเคิล แฮนด์บุ๊ก” (Technical Handbook) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เจ้าภาพอาจใช้กติการายการแข่งขันเอื้อประโยชน์ให้พวกตน เช่น การกำหนดเงื่อนไขให้ชาติต่างๆ ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันได้น้อยกว่าเจ้าภาพ เช่น กีฬาเทคบอล ที่จำกัดให้ชาติอื่นส่งได้ไม่เกิน 3 ทีม ขณะที่เจ้าภาพส่งได้ครบทุกประเภท เป็นต้น ดังนั้น ทุกสมาคมกีฬาของไทยจำเป็นต้องเร่งประสานงานกับสหพันธ์กีฬานานาชาติ (IF) และสหพันธ์กีฬาเอเชีย (AF) เพื่อควบคุมกติกาให้มีความเป็นธรรมมากที่สุด
รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวย้ำถึงความท้าทายของวงการกีฬาไทยในขณะนี้ว่า แม้จำนวนเหรียญทองรวมจะลดลงเหลือ 473 เหรียญ แต่เป้าหมายในการรักษาตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” ซีเกมส์ของไทยยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ ซึ่งนักกีฬาไทยมีเวลาเตรียมตัวอีกประมาณ 9–10 เดือนในการฝึกซ้อมเพื่อไปวัดฝีมือที่มาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม วงการกีฬาไทยกำลังเผชิญวิกฤตเรื่องงบประมาณจากการจัดสรรของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีหน้าที่จะมีมหกรรมกีฬาซีเกมส์เพียงรายการเดียว ก่อนจะเข้าสู่รอบคัดเลือก (Qualify) เพื่อแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
“หากเราต้องการเห็นรอยยิ้มและ ความสำเร็จในโอลิมปิก 2028 ภาครัฐและผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเร่งจัดหางบประมาณการเก็บตัวให้เพียงพอสำหรับกีฬาที่มีศักยภาพ หากปล่อยให้นักกีฬาเดินทางไปแข่งขันโดยไม่มีความพร้อม ไม่มีการเก็บตัวที่ดีพอ นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังถือเป็นการส่งไปอย่างไม่มีคุณภาพ ซึ่งทางโอลิมปิกไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก” นายชัยภักดิ์

