หนังสือพิมพ์ฉบับวันพุธที่ 2 กรกฎาคม พุทธศักราช 2518 ทุกฉบับที่มีในประเทศไทย ร่วมกันรายงานเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง 2 ชาติที่มิใช่อื่นไกล

ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน
มหามิตรบนเส้นทางนับพันปี ไปมาหาสู่ ค้าขาย แลกเปลี่ยน ถ่ายทอดวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ยุคโบราณ
กระทั่ง 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2518 ความสัมพันธ์ ‘ทางการทูต’ เปิดฉากในนาทีที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทย และโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน ลงนามในหน้ากระดาษ ท่ามกลางสักขีพยาน และโลกที่จ้องมอง หลังการพบปะเจรจาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2516

ย้อนไป 1 วันก่อนหน้านั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ และคณะ เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง เมื่อเวลาราว 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น
เติ้ง เสี่ยวผิง รองนายกรัฐมนตรีหมายเลข 1 ของจีน และอีก 2 รองนายกฯ ได้แก่ หัว โกะฝง และเฉิน ซิเหลียน พร้อมด้วย วูเตอะ รองประธานสภาประชาชนจีน นำเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้การต้อนรับ

หลังมื้อกลางวัน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ และ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลจีนในทันที เพื่อเจรจากับเติ้ง เสี่ยวผิง เกี่ยวกับสถานการณ์ในอินโดจีน
จากนั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ พล.ต.ชาติชาย และอานันท์ ปันยารชุน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าเยี่ยมโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยใช้เวลาสนทนานานกว่าครึ่งชั่วโมง
ประเด็นพูดคุยหลัก ได้แก่ ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ, สถานการณ์ของเอเชียอาคเนย์ และเรื่องของคนจีนในประเทศไทย เป็นต้น
ค่ำวันเดียวกัน รัฐบาลจีนจัดงานเลี้ยงต้อนรับนายกรัฐมนตรีไทยและคณะ ณ ศาลาประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของรัฐบาลจีน อีกทั้งทูตานุทูตต่างประเทศที่ได้รับเชิญ รวมแขกผู้มีเกียรติทั้งสิ้นกว่า 700 คน

ตัดภาพข้ามมายังวันรุ่งขึ้น 1 กรกฎาคม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์, พล.ต.ชาติชาย, อานันท์ และประกายเพ็ชร์ อินทุโศภณ เลขาธิการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ เหมา เจ๋อตุง ณ พระราชวังจงหนานไห่ ในเวลา 10.20 น.
ค่ำวันนั้น เข็มนาฬิการะบุเวลา 18.40 น.โดยประมาณ คณะผู้แทนไทยนำโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เดินทางไปยังโรงพยาบาลที่โจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน พักรักษาตัว เพื่อลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วย ‘การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต’

สำหรับเนื้อหาในแถลงการณ์ มีใจความดังนี้
แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต
ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
วันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ณ ปักกิ่ง
1.รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความปรารถนาที่จะฟื้นฟูและกระชับความสัมพันธ์ที่ได้มีมาช้านานอย่างใกล้ชิดระหว่างประชาชนของประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และความปรารถนาร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ จึงได้ตกลงใจที่จะรับรองซึ่งกันและกัน
และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2518 เป็นต้นไป

2.รัฐบาลทั้งสองยืนยันว่า ประชาชนของแต่ละประเทศเท่านั้นที่มีสิทธิเลือกระบอบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของตนโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก และทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นเช่นเดียวกันด้วยว่า ถึงแม้ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีระบอบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่น่าที่จะมีอุปสรรคต่อการพัฒนาความสัมพันธ์อันสันติและฉันมิตรระหว่างประเทศ และประชาชนทั้งสองตามหลักการแห่งความเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนซึ่งกันและกัน การไม่รุกรานต่อกัน การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน ความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน และการอยู่ร่วมกันโดยสันติ
3.รัฐบาลทั้งสองตกลงที่จะระงับกรณีพิพาททั้งมวลโดยสันติวิธีตามหลักการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น โดยจะไม่หันไปใช้หรือคุกคามว่าจะใช้กำลัง
4.รัฐบาลทั้งสองตกลงกันว่า การรุกรานหรือการบ่อนทำลายทั้งปวงจากต่างประเทศ และความพยายามทุกประการของประเทศใดที่จะควบคุมประเทศอื่นใด หรือที่จะแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นนั้น เป็นสิ่งที่ต้องห้าม และต้องถูกประณาม
5.รัฐบาลทั้งสองยังเป็นปฏิปักษ์ต่อความพยายามของประเทศ หรือกลุ่มประเทศใดที่จะสถาปนาความเป็นใหญ่หรือสร้างเขตอิทธิพลเหนือส่วนหนึ่งส่วนใดของโลกอีกด้วย

6.รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รับรองรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมายของประเทศจีนเพียงรัฐบาลเดียว รับทราบท่าทีของรัฐบาลจีนว่ามีจีนเพียงประเทศเดียว และว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนที่จะแบ่งแยกมิได้ และตกลงใจที่จะถอนผู้แทนทางการของตนทั้งหมดออกจากไต้หวันภายในระยะเวลา 1 เดือนนับแต่ลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้
7.รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รับรองรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และตกลงที่จะเคารพเอกภาพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย
8.รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รับรู้ความเป็นจริงที่ว่า นับเป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ชาวจีนในประเทศไทยได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความปรองดองและไมตรีจิตกับชาวไทยตามกฎหมายและตามขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีของชาวไทย รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศไม่ยอมรับการถือสองสัญชาติ รัฐบาลทั้งสองถือว่าบุคคลสัญชาติหรือเชื้อชาติจีนที่ผู้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยย่อมสูญเสียสัญชาติจีนโดยอัตโนมัติ ส่วนในกรณีชาวจีนผู้ซึ่งพักอยู่ในประเทศไทยที่เลือกจะรักษาไว้ซึ่งสัญชาติจีนโดยความสมัครใจของตนเองนั้น รัฐบาลจีนโดยปฏิบัติตามนโยบายที่มีมาอย่างสม่ำเสมอ จะเรียกร้องให้บุคคลเหล่านั้นปฏิบัติตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย เคารพขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีของชาวไทยและอยู่ร่วมกับชาวไทยอย่างฉันมิตร สิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบุคคลดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองโดยรัฐบาลแห่งประเทศจีน และความนับถือจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย

9.รัฐบาลทั้งสองตกลงที่จะดำเนินนโยบายเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้า เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมระหว่างประเทศทั้งสอง
10.รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ตกลงที่จะให้มีการแลกเปลี่ยนเอกอัครราชทูต ซึ่งต่างฝ่ายให้ความเห็นชอบต่อกันโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ และจะอำนวยความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นต่อกันและกันทุกประการในการจัดตั้งและปฏิบัติหน้าที่ของคณะผู้แทนทางการทูตในนครหลวงของประเทศทั้งสอง
โดยเป็นไปตามการปฏิบัติระหว่างประเทศและมูลฐานแห่งการถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน
พรรณราย เรือนอินทร์

