หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน ภูมิธรรม ย้ำห...

ภูมิธรรม ย้ำหนักแน่น ‘ปรองดอง’ ไม่ใช่ ‘ยอมจำนน’ มุ่งใช้เวทีเจรจา แก้ข้อพิพาท

10.06.25 | 15:38 น.

ภูมิธรรม ยัน ปรองดองไม่ใช่ ‘ยอมจำนน’ หวังใช้ปัญญาสร้างสันติ – ย้ำแก้ข้อพิพาท ‘เวทีเจรจา’ ยังจำเป็น

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯ สมาชิกสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ จัดประชุม “ฟอรั่มอารยธรรมแห่งความปรองดองประจำปี 2025″ ภายใต้แนวคิด “อยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง : ส่งเสริมอารยธรรมให้เจริญก้าวหน้า” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน

ท่ามกลางแขกบุคคลสำคัญตลอดจนผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง นำโดย นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ ในฐานะรองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ, มาดามซุน ชุนหลาน ประธานสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ

ร่วมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย นายยาซูโอะ ฟูกูดะ นายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ และอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, นายโรมาโน โปรดี อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศอิตาลี อดีตประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของเวทีการกุศลจีน-อิตาลี, Mr. Firmin Edouard Matoko ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ องค์การยูเนสโก, นายหวัง เชา ประธานสมาคมการทูตประชาชนจีน, นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคมประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันขงจื๊อเส้นทางสายไหมทางทะเล และ มร.เฮา ผิง รองประธานบริหารสมาพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นต้น

Advertisement

ในตอนหนึ่ง นายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในพิธีเปิดว่า ตนขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณคณะผู้จัดงาน ที่ได้จัดเวทีอันทรงคุณค่านี้ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความขัดแย้งในระดับภาครัฐ เวทีระหว่างประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมความเข้าใจ การรับฟังและการเคารพซึ่งกันและกัน และเป็นการอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง

“เราต้องยอมรับว่า ความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์ มนุษยชาติต่างมีความช่วงเวลาของความไม่สงบ ความตึงเครียด และบางครั้งก็จบลงด้วยความรุนแรง ซึ่งปัญหาเหล่านี้แม้มีรูปแบบที่หลากหลาย แต่กลับมีต้นเหตุร่วมกัน นั่นคือการไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง การไม่เกิดการรับฟังกัน

ประเทศไทยเคยเผชิญกับสภาวะเช่นนั้น ทั้งความขัดแย้งระดับชาติและท้องถิ่น พื้นที่ชายแดน มีทั้งการขัดแย้งกันทางการเมือง ทางสังคมทางท้องถิ่น การแก้ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงลำพัง ต้องใช้ความเข้าใจ ความอดทนอดกลั้นและกระบวนการข้อพิพาทด้วยสันติวิธี เวทีเจรจายังคงเป็นรูปแบบที่จำเป็น เพื่อให้เกิดบทสนทนาที่เท่าเทียมกัน นายภูมิธรรมกล่าว

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า การสร้างรัฐอาจไม่ยากนัก อาจมีดินแดน ประชากร รัฐบาล อำนาจอธิปไตย ก็เกิดเป็นรัฐได้ แต่การสร้างชาติให้พร้อมด้วยอารยธรรมนั้น ยากกว่ามาก เพราะหมายถึงการให้ประชาชนทุกคน มีเจตจำนงที่มุ่งมั่น มีฐานคิดร่วมกัน บนหลักแห่งสันติภาพในฐานะมนุษย์

พวกเราจำนวนมากมองความขัดแย้ง เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่ต้องมีความเห็นต่างหรือขัดแย้งกัน แต่การยอมรับว่ามันเป็นเรื่องปกติ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะจำนนแล้วปล่อยให้เกิดขึ้น โดยไม่ระมัดระวัง ความขัดแย้งจึงเป็นเรื่องที่ต้องทบทวน

“ผมหวังว่า เวทีในวันนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญของการส่งเสริม ‘การอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดองในทุกระดับ’ โดยเริ่มต้นจากตัวเราทุกคน ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่สร้างสรรค์ และขอยืนยันว่า การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ไม่ใช่การกำหนดให้เราต้องเอาแต่ยอมจำนน หรือหวาดกลัว ไม่ต่อสู้

แต่คือการทำให้เราทุกฝ่ายได้เรียนรู้ร่วมกันว่า เราควรใช้ทางเลือกใด ทรัพยากรใดที่จะเอื้ออำนวยให้เราเห็นทางออกที่มากมายกว่าทางเลือกซ้ำเดิม และแสดงออกถึงความรู้คิดทางปัญญา อันเป็นวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย ที่มีความสุขและความมั่นคงของมนุษย์ มีสังคมที่สงบ สันติ เป็นศูนย์กลาง” นายภูมิธรรมกล่าว