หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน มติชนจัดใหญ่5...

มติชนจัดใหญ่50ปีไทย-จีน เสวนา-เวิร์กช็อป11-13ก.ค.

7.07.25 | 16:18 น.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดกิจกรรมร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ครบ 50 ปี วันที่ 1 กรกฎาคม โดย เครือมติชนŽ ได้จัดกิจกรรม 50 ปี ไทย-จีน The GOLDEN ROAD : FROM NOW TO ETERNITYŽ ร่วมเฉลิมฉลองมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมนี้ยังเหลือกิจกรรมใหญ่อีก 2 กิจกรรม ประกอบด้วย 1.การจัดเวทีเสวนาและการจัดเวิร์กช็อป ระหว่างเวลา 10.00-18.00 น. ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค กทม. และ 2.ดินเนอร์ทอล์ก วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สำหรับกิจกรรมระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในส่วนของการเสวนานั้น นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน เปิดเผยว่า เครือมติชนจะจัดกิจกรรมติดต่อกัน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-13 กรกฎาคม ใช้ชื่องาน Thai-Chinese Golden Fest เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีนŽ โดยวันแรกจะพูดคุยเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมŽ บนเวที Special Talk มี สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นวิทยากร และต่อด้วยเวทีทอล์กหัวข้อ ประวัติจีนกรุงสยามŽ นำโดย พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร ซุน และปริวัตร จันทร พร้อมด้วย เจฟฟรี่ ซุน ซึ่งจะมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ มาคุยกับ สมชาย แซ่จิว

นายมณฑลกล่าวอีกว่า เวทีทอล์กในงานวันที่ 12 กรกฎาคม นำเสนอแนวคิด ซอฟต์พาวเวอร์Ž ทั้งเรื่องวรรณกรรม ซีรีส์จีน J POP มี นนทรีย์ นิมิบุตร และปริภัณฑ์ วัชรานนท์ หรือโต๊ะพันธมิตร มาร่วมเวที และในวันเดียวกันยังมีเสวนาเกี่ยวกับ TikTokŽ แพลตฟอร์มที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีอิทธิพลไปทั่วโลก โดย พ่อมด ติ๊กต็อก

เวทีทอล์กในวันที่ 13 กรกฎาคม พูดคุยเรื่อง ธุรกิจž กับ เทคโนโลยีž มีตัวแทนจากภาคธุรกิจ ได้แก่ พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี เจ้าของแบรนด์ Anitech ซึ่งเป็นปลั๊กไฟแบรนด์ไทยที่สามารถไปทำการตลาดที่จีนแล้วประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากนั้นจะเสวนาในประเด็นเอไอ โดย กษิดิศ สตางค์มงคล และปฤณ จำเริญพานิช ชวนมองเรื่องเทคโนโลยี อย่าง DeepSeek ว่าจะเข้ามามีผลต่อการค้าไทยและจีนอย่างไรด้วยŽ นายมณฑลกล่าว

ด้าน น.ส.กรชุลี เสนะเวส ผู้อำนวยการกองบรรณาธิการ เส้นทางเศรษฐีและเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ กล่าวว่า ในงาน Thai-Chinese Golden Fest เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีนŽ จะมีเวิร์กช็อป T-Brand to China ระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคม เวิร์กช็อปนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดจีน โดยเฉพาะ SMEs ร้านอาหาร แบรนด์สินค้าไทย และกลุ่มธุรกิจบริการ ได้มาเรียนรู้เทรนด์ล่าสุดของตลาดจีนจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ทั้งด้านการตลาด
โลจิสติกส์ ไปจนถึงการใช้ KOL และ Affiliate Marketing ไปจนถึงพัฒนาทักษะการทำคอนเทนต์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคจีนผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น RED NOTE (Xiaohongshu) และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคจีนในยุคหลังโควิด-19 เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

Advertisement

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การเรียนรู้การใช้งานแพลตฟอร์ม RED NOTE (หรือ Xiaohongshu) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นรีวิวและไลฟ์สไตล์ยอดนิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและคนรุ่นใหม่ ผู้เข้าร่วม
จะได้เจาะลึกเทคนิคการทำคอนเทนต์แบบมืออาชีพ โดยไม่ต้องเสียเงิน พร้อมลงมือทำโพสต์แรกไปพร้อมกันในกิจกรรมเวิร์กช็อปจริง โดย คุณเปี๊ยก บุญชัย ลิ่มอติบูลย์ ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น moomall และแพลตฟอร์ม Pundai-ปันได้ นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญตลาดจีนที่อยู่ในวงการมากว่า 15 ปีŽ น.ส.กรชุลีกล่าว

น.ส.กรชุลีกล่าวอีกว่า ยังมีคลาสสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองจากจีนด้วยเนื้อหาเข้มข้นจาก ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU ที่จะมาให้ความรู้เรื่องการดีลกับโรงงาน การวางแผนธุรกิจแบบ OEM และการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด และยังมีการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้บริโภคจีนยุคหลังโควิด โดย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์จีน ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจแนวทางการปรับตัวให้แบรนด์ไทยไปต่อได้จริงในตลาดจีน

ภายในงานยังมีเวิร์กช็อปและเวทีจากวิทยากรตัวจริงอีกหลายคน เช่น ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media จีน น.ส.เปรมวดี อมราภรณ์พิสุทธิ์ Creator ช่อง Chinbebe ผู้ขายผ่านไลฟ์สดให้ชาวจีนได้หลักล้านในเวลาอันสั้น และนายธีระพงศ์ ระบือธรรม เจ้าของแบรนด์ยาดมหงส์ไทย ที่จะมาแชร์เคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์ไทยเล็กๆ ที่ครองใจผู้บริโภคจีนŽ น.ส.กรชุลีกล่าว

น.ส.กรชุลีกล่าวต่อว่า เรามุ่งหวังว่าเวิร์กช็อป T-Brand to China จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักยภาพ ด้วยการถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรที่มีประสบการณ์จริง การลงมือปฏิบัติในเวิร์กช็อป และการสร้างเครือข่าย ระหว่างผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญ ไม่เพียงแต่เป็นการอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นเวทีที่สร้างแรงบันดาลใจ และโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการบุกตลาดจีนต่อไป ขณะนี้เวิร์กช็อปแต่ละหัวข้อเหลือที่นั่งอีกไม่มาก หากใครสนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดจากสื่อในเครือมติชน เพื่อซื้อบัตรเข้าอบรมในหัวข้อที่สนใจ

นายสมชาย แซ่จิว นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จีน-ไทย กล่าวว่า ตนคนหนึ่งที่สนใจในเรื่องของวัฒนธรรมจีน ซึ่งมีผลงานหนังสือออกมาเรื่อง พลิกสุสาน อ่านจิ๋นซีŽ และอีกหลายเล่มที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์จีน แต่เน้นในเรื่องของเกร็ดความรู้ทางวัฒนธรรม

เรามักจะได้ยินคำพูดว่า จีน-ไทย มิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ซึ่งเรากับจีนจริงๆ ผูกสัมพันธ์กันมาเนิ่นนานแล้ว ตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้นมานานมากแล้ว แต่ว่าสัมพันธภาพทางการทูตไทย-จีน ที่ครบรอบ 50 ปี อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม บรรดาสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือภาพยนตร์ และอื่นๆ ต่างเป็นสื่อที่มีบทบาทสูงในการสานสัมพันธ์ไทย-จีน เพราะว่าช่วยถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ แล้วก็วัฒนธรรมของทั้ง 2 ฝั่งมีการแลกเปลี่ยนได้ดี โดยเฉพาะวงการหนังที่เราดูไม่ว่าจะเป็น มังกรหยก กระบี่เย้ยยุทธจักร อะไรต่างๆ อย่างน้อยทำให้เห็นภาพว่า คนจีนเขายึดถือคุณธรรมแบบไหน เช่น เรื่องความกตัญญู เรื่องของความต้องล้างแค้นแทนอาจารย์ บิดา อย่างน้อยเราก็จะเข้าใจเรื่องเหล่านี้Ž นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวอีกว่า ช่วงหลังมานี้ฝั่งจีนเอาซีรีส์ไทยไปออนแอร์ จะช่วยให้คนจีนเข้าใจวัฒนธรรมแบบไทย อย่างเรื่องอาหารไทย คนจีนชอบกินอาหารไทย ชอบทุเรียน ส่วนใหญ่มักจะเป็นผลจากสื่อเหล่านี้ด้วย หรือแม้กระทั่งความลุ่มลึกของหนังสือที่เราแปลวรรณกรรมจีนมากมาย ที่ทำให้เราเข้าใจจีน ส่วนจีนเองก็แปลหนังสือไทยไปมากมายเหมือนกัน เช่น ข้างหลังภาพ ของศรีบูรพา ก็ถูกแปลเป็นภาษาจีนด้วย เรียกได้ว่า มันส่องทางให้กันตลอดŽ

บทบาทของหนังสือ ทำให้คนไทยเริ่มเข้าใจจีนมากขึ้น มีหลายเล่ม พอจีนเปลี่ยนแปลงการปกครอง 1949 จีนเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ ตอนนั้นโลกทั้งโลกก็เป็นสงครามเย็น สิ่งหนึ่งที่ตอนนั้นสังคมไทยกลัวมาก คือภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์ เรามองแผ่นดินจีนเป็นยักษ์ ซึ่งเราส่วนหนึ่งในตอนนั้นกลัวจีนมาก พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ก็ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของจีนค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปŽ นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า วรรณกรรมก็มีส่วนช่วยในการทำให้เข้าใจจีนมากขึ้น เช่น เล่ม การค้าเรือสำเภาจีน-สยาม ยุครัตนโกสินทร์Ž ช่วงยุคนั้นมีงานเขียนออกมามากมาย ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของจีนในสายตาคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป และมองจีนอย่างเข้าใจมากขึ้น สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เราเห็นภาพจีนที่เป็นจริง ไม่ใช่จีนในมโนคติ หรือความเป็นจีนแบบคอมมิวนิสต์

นายสมชายกล่าวว่า สังคมจีนทุกวันนี้ที่เรามองว่าเป็นสังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ ที่ไม่เชื่อเรื่องศาสนา แต่ในสถานการณ์ทุกคนวันนี้ที่จีน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่หันมามูเตลูกันเยอะขึ้น เช่น ทัวร์ไปเขาบู๊ตึ๊ง หรือวัดลามะ ที่กรุงปักกิ่ง โดยสมัยก่อนจะเห็นภาพแค่คนแก่เท่านั้นที่ไปนั่งสวดมนต์ แต่ทุกวันนี้จุดที่ขายเครื่องวัตถุมงคลคิวยาวมาก เพื่อจะไปซื้อพวกสร้อย สำหรับเรื่องความรัก สุขภาพ การงาน การศึกษา ซึ่งไม่แตกต่างจากสังคมไทยสักเท่าไร เพียงแค่อาจจะไหว้กันคนละเทพ

งาน Thai-Chinese Golden Fest เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ที่กำลังจะจัดขึ้นครั้งนี้ นอกจากที่เราจะคุยกันเรื่องวัฒนธรรมไทย-จีน หรืออิทธิพลของสื่อแล้วนั้น ยังมีเรื่องราวของจีนและไทยอีกมายมาย อีกเป็นร้อยเป็นพันเรื่องที่เราได้รวบรวมมาไว้แล้วในงานๆ หนึ่ง ซึ่งอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัส นอกจากนี้ยังรวมเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลาย และนักวิชาการทั้งหลาย มาให้แง่มุมของการเมือง ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเรื่องของอนาคต เกี่ยวกับธุรกิจ และการลงทุนต่างๆ ที่เกี่ยวกับไทยและจีน ซึ่งรวบรวมไว้ในงานแล้วทั้งหมดŽ นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับกิจกรรมส่งท้าย เป็นงานเลี้ยงดินเนอร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเครือมติชน ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เชิญแขกผู้มีส่วนสัมพันธ์กับประเทศจีนมาร่วมฟังปาฐกถาจากตัวแทนของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ทางการทูตไทยและจีน ครบ 50 ปี พร้อมกันนั้นยังมีเวที Exclusive Talk โดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มีนายสรกล อดุลยานนท์ ดำเนินรายการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือมติชนได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ตีพิมพ์ฉบับพิเศษ 50 ปีไทย-จีน เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา 2.จัดรายการสัมภาษณ์พิเศษทางมติชนทีวี ได้ออกเผยแพร่ไปช่วงเดือนมิถุนายนแล้ว 3.จัดทำเว็บเพจเสนอข่าวเฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีนโดยเฉพาะ 4.จัดสัมมนาเรื่องราวเกี่ยวกับไทยและจีน 3 วัน และจัดเวิร์กช็อป และ 5.จัดดินเนอร์ทอล์ก