หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน เจ้าสัวธนินท์...

เจ้าสัวธนินท์ ชี้ ไทยต้องกล้าคิด-กล้าทำ ชูยุทธศาสตร์ร่วมมือจีน เชื่อทำได้อีกเป็นล้านปีไม่สิ้นสุด

23.07.25 | 00:00 น.

เจ้าสัวธนินท์ ชี้ ไทยต้องกล้าคิด-กล้าทำ ชูยุทธศาสตร์ร่วมมือจีน เชื่อทำได้อีกเป็นล้านปีไม่สิ้นสุด

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เปิดเผยในงาน Exclusive Dinner Talk ไทย-จีน THE GOLDEN ROAD FROM NOW TO ETERNITY หัวข้อ 50 ปี ไทย-จีน The Golden Road : From Now to Eternity ว่า ถ้าประเทศไทยไม่ศึกษาอย่างลึกซึ้งว่าประเทศจีนต้องการอะไร และประเทศไทยเองมีอะไรที่สามารถผลิตได้เพื่อส่งไปยังประเทศจีน ไทยเราก็จะแพ้ และแพ้เพราะเราไม่เตรียมตัวเองให้พร้อม เพราะถ้าไทยแพ้ ไทยก็ต้องไปศึกษาลึกๆว่า มีอะไรบ้างที่ ผิดจากเมืองไทยส่งให้กับทางจีน หรือไทยเรานั้นลืมผู้ผลิตในโลกนี้ หรือ จากจีนในเมืองไทย

นายธนินท์ กล่าวว่า อีกทางหนึ่งคือ ไทยสามารถดึงนักประดิษฐ์จากทั่วโลก รวมทั้งจากจีน มาร่วมพัฒนานวัตกรรมในประเทศไทย จากนั้นส่งออกกลับไปยังจีนหรือทั่วโลก โดยการร่วมทุนในลักษณะ win-win ให้บริษัทจีนกลายเป็นบริษัทไทย หรือจดทะเบียนในไทยเช่นเดียวกับโมเดลของสหรัฐอเมริกา

นายธนินท์ กล่าวว่า คนเก่งจากทั่วโลกสามารถมาสร้างบริษัทในอเมริกา และกลายเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นเชื้อชาติเดียวกัน เชื่อว่าหากเราไม่ปิดกั้น คนเก่งเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน และสร้างรายได้ให้ประเทศ

Advertisement

ดังนั้น ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงศูนย์กลางด้านการค้าและการท่องเที่ยว แต่ควรเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตด้วย หากเรารู้ว่าปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี และประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในอาเซียน ผู้ที่มาอยู่ในเมืองไทยต่างติดใจและไม่อยากกลับประเทศ

“ไทยไม่ได้เป็นศูนย์กลางการค้าเท่านั้น แต่เป็นศูนย์กลางการผลิตด้วย เพราะฝีมือของคนไทย มีความทุ่มเท ขยัน รับผิดชอบ มีวินัย ทำให้เราจะเป็นศูนย์การผลิตด้วย” นายธนินท์ กล่าว

นายธนินท์ กล่าวว่า ไทยต้องกล้าคิดและกล้าทำ ถ้าเราทำงานร่วมกับจีนในลักษณะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ซื้อขายทั่วไป ไทยจะสามารถต่อยอดความร่วมมือไปได้อีกยาวนาน และควรเชิญบริษัทเทคโนโลยีของจีนมาร่วมลงทุนในไทย สร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้เกิดความร่วมมือแบบ win-win ซึ่งเชื่อมั่นว่า ถ้าทำได้ ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พัฒนาได้เร็วที่สุดในอาเซียน

นายธนินท์ กล่าวว่า สิ่งที่เหลือจากนี้คือ ประเทศไทยต้องศึกษาว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และอเมริกาที่เริ่มมาลงทุนด้าน AI และทรัพย์สินทางปัญญาในไทยแล้ว หากไทยและจีนจับมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าความร่วมมือจะต่อยอดไปได้อีกไม่รู้จบ ทั้งสองประเทศจะเติบโตและมั่งคั่งไปด้วยกัน

“หวังว่าไทยกับจีนความสัมพันธ์ 50 ปี จะต่อยอดเป็นล้านปี ถ้าผู้นำต่อๆ ไปของไทยเห็นว่าจะทำอะไร จะช่วยให้ไทยกับจีนจับมือรวยไปด้วยกัน“ นายธนินท์ กล่าว