สภาวัฒนธรรมไทย–จีนฯ ลงนาม MOU ‘ทูจอย’ ตัดสูทอัจฉริยะด้วย AI เสร็จไวใน 7 วันประเดิมสาขาแรกกรุงเทพฯ แห่งแรกในอาเซียน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เมื่อเวลา 15.30 ที่ Hall 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพฯ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ในพิธี MOU ร่วมลงนามระหว่างสภาฯ TOJOY International group และ Zhifu technology ในการเปิดบริการจำหน่ายชุดสูทโดยใช้นวัตกรรม AI ในการตัดเย็บ ซึ่งจะเปิดสาขาแรกในเมืองไทยและอาเซียนเร็วๆนี้ และเมืองไทยจะเป็นสาขาแรกในอาเซียน
โดยมีผู้ร่วมลงนามได้แก่ Max wang – CEO of ToJoy International, Eliza Ye – Co-Founder and General Manager of Zhifu Technology และ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์

นายพินิจ กล่าวว่า วันนี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีมากของ TOJOY International group และ Zhifu technology ที่ได้เลือกประเทศไทยในการทำงการลงทุน เป็นการบ่งบอกว่า ไทยยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีเป้าหมายในการพัฒนา และจีนยังมองไทยว่ามีความรุ่งเรืองและรุ่งโรจน์
“เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าในอาเซียนไทยเป็นผู้นำ และศูนย์กลางของอาเซียนได้ สูททั่วโลกตัดที่ไหนก็ได้ แต่ว่าที่จะตัดแล้วมีคุณภาพสูงนั้น Zhifu technology สามารถนำความสมาร์ท ความหล่อ ความสวย เข้ามาในประเทศไทยเราถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก” นายพินิจ กล่าว
นายพินิจ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ TOJOY International Group และ Zhifu Technology ได้นำระบบนวัตกรรม เทคนิค เครื่องมือ และวิธีการที่ทันสมัยเข้ามาให้ประเทศไทยทดลองใช้เป็นประเทศแรก ซึ่งสะท้อนถึงความไว้เนื้อเชื่อใจและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน

ส่วนเรื่องสถานที่เปิดบริการสาขาแรก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจสถานที่ และคาดว่าจะสามารถเปิดสาขาแรกในไทยได้ภายใน 1 เดือนข้างหน้า โดยอนาคตจะสามารถขยายโมเดลนี้ไปยังประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
“จุดเด่นของการบริการในครั้งนี้ คือการใช้ AI และแอปพลิเคชันอัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวัดตัวและตัดเย็บเสื้อผ้า และมีความเนี้ยบ ความประณีต และคุณภาพของการตัดเย็บ ซึ่งถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมสูทเข้าสู่ยุคดิจิทัล ช่วยลดระยะเวลาจากเดิมที่ต้องใช้หลายสัปดาห์ เหลือเพียง 7 วัน เท่านั้น
ในขณะที่ค่าบริการเริ่มต้นที่ 3,000 บาท โดยราคาจะเพิ่มขึ้นตามคุณภาพของเนื้อผ้า ร้านจะเปิดให้บริการในโรงแรม” นายพินิจ กล่าว

ด้าน Eliza Ye – Co-Founder and General Manager of Zhifu Technology กล่าวว่า วันนี้ได้นำเทคโนโลยีใหม่ การตรวจวัดชุดสูท ที่ใช้ในการตรวจวัดร่างกายมนุษย์ ด้วยระบบ AI ที่สามารถวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพและรสนิยมของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เพียงการถ่ายภาพจากเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับมนุษย์ เทคโนโลยีนี้ใช้เวลากว่า 10 ปีในการพัฒนา และมีสาขาในจีนจำนวนมาก

ซึ่งมีหลักการ 3 ข้อ ดังนี้ 1.Face Recognition ระบบสามารถถ่ายภาพจดจำใบหน้า ตรวจจับตัวเลขชีวภาพ วิเคราะห์คุณลักษณะ ความชอบ และความต้องการเฉพาะบุคคล ซึ่งแปลออกมาเป็นข้อมูล ที่สามารถนำไปใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับแต่ละคน ทั้งรูปแบบ สี ขนาด และเนื้อผ้า
เมื่อถ่ายภาพ ระบบจะสร้างภาพโครงสร้างกายภาพแบบ 3 มิติของผู้ใช้งานอย่างแม่นยำ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบกลาง เพื่อวิเคราะห์ว่าบุคคลนั้นควรสวมใส่เสื้อผ้าประเภทใด รูปทรงแบบไหน สีอะไรจึงเหมาะสม โดยไม่จำกัดเพศ วัย หรือสีผิว

2. AI for Human Body + AI for Goods ระบบของเราสามารถสร้างภาพของร่างกายมนุษย์ในรูปแบบ 3 มิติ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ภาพถ่าย 2 มิติ แล้วประมวลผลออกมาเป็นข้อมูลเชิงตัวเลข ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการวัดสัดส่วนและลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ
กระบวนการนี้ ไม่จำกัดเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ขณะถ่ายภาพ ไม่ว่าเรากำลังจะใส่ชุดประเภทใดอยู่ ระบบสามารถประมวลผลได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลที่ได้จะถูกส่งเข้าสู่ศูนย์กลางในประเทศจีนเพื่อวิเคราะห์ว่า บุคคลนั้นเหมาะสมกับเสื้อผ้าประเภทใด ทรงแบบไหน สีอะไร โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสีผิวหรือรูปร่างจากซ้ายไปขวา
3. AI for Human Body + All for Goods เทคโนโลยีจะช่วยบอกได้ว่า คุณควรใส่เสื้อผ้าแบบไหน ไม่ว่าจะต่างจากสิ่งที่คุณเคยคิดไว้มากแค่ไหน ก็เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่าง บุคลิก อีกทั้งข้อมูลที่ได้จากการสแกนร่างกายยังรวมถึงการบ่งบอกลักษณะของการสาวใส่ข้อมือ ทรงเสื้อ สีที่เหมาะสม

“ประเทศไทยคือสถานที่ที่เหมาะสมในการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ เพราะมีทั้ง ความต้องการของผู้บริโภค และความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยี กรุงเทพเหมือนเป็นเมืองแฟชั่น สามารถกระจายได้อย่างปารีส
และเราเห็นว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความพร้อมสูงและมีผู้ใส่ชุดยูนิฟอร์มสูทจำนวนมาก จีน-ไทย เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ในประเทศจีนเรามีประสบการณ์และระบบที่ครบสมบูรณ์ จึงได้นำโมเดลนี้มาขยายผลและผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ที่สำคัญนายพินิจ จารุสมบัติ คือบุคคลสำคัญซึ่งเราให้ความเคารพรักเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงถูกเลือกเป็นสถานที่แรกในการตั้งฐานการดำเนินงาน” Eliza Ye กล่าว
Eliza Ye กล่าวทิ้งท้ายว่า โดยมีการตั้งเป้าที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก 100 สาขาในไทย ในเฟสแรก และในเฟสที่ 2 ในอาเซียน ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 500 สาขา เงินลงทุนอยู่ที่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อสาขา
เราจะเข้ามา อัปเกรดวงการตัดเย็บเสื้อผ้าในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนของการเงินในระบบเศรษฐกิจ และส่งเสริมการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และเสื้อผ้าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้

Max wang – CEO of ToJoy International กล่าวว่า TOJOY เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจจีนขนาดใหญ่ รวบรวม Big Data ถึง 1 ใน 10 ของจีน
ปัจจุบันจีนมีธุรกิจ 50 ล้านเจ้า ซึ่ง 1 ใน 10 เป็นสมาชิกของเครือบริษัทเรา ดังนั้น เรามีสมาชิก 5.8 ล้าน อยู่ในแพลตฟอร์มของเรา แพลตฟอร์มของเราทุกคนสามารถเข้าไปหาข้อมูลเพื่อร่วมงานได้
ธุรกิจของทูจอยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
-
Enterprise Acceleration เป็นธุรกิจด้านบริการที่ช่วยเร่งการพัฒนาและเติบโตของธุรกิจอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ระดับโลก เช่น Zhifu Technology ซึ่งเป็นบริษัทนวัตกรรมที่ทูจอยนำเข้ามาในประเทศไทย จากเดิมที่มีไม่ถึง 200 แห่งในประเทศ ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 แห่งภายใน 1 ปี
-
Big Health ธุรกิจด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความสนใจมากในจีน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวอย่างมีความสุข โดยเชื่อว่ามนุษย์สามารถมีอายุได้ถึง 120 ปี
-
General Aviation ธุรกิจด้านการบินและคมนาคม ที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจใช้โดรนเพื่อการขนส่งและการคมนาคมร่วมกัน
-
International Group ธุรกิจระหว่างประเทศ ที่รวบรวมนวัตกรรมและนักธุรกิจสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้ามาในแพลตฟอร์ม โดยทูจอยเข้าร่วมกิจกรรมในกว่า 500 เมืองทั่วโลกต่อปี เพื่อขยายเครือข่ายและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดระดับสากล
Max Wang ยังมองว่า TOJOY คือสะพานเชื่อมระหว่างนักธุรกิจจีนและทั่วโลก เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง



