หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน มฟล.จัดใหญ่ 5...

มฟล.จัดใหญ่ 50 ปี ไทย-จีน เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือ-แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผ่านมิติการศึกษา

26.09.25 | 15:44 น.

มฟล.จัดใหญ่ 50 ปี ไทย-จีน เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือ-แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผ่านมิติการศึกษา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่หอประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี มฟล.กล่าวในงานเสวนาวิชาการ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน มีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ศ.พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภา มฟล.และอธิการบดีผู้ก่อตั้ง นายรุตจิศักดิ์ รังษี ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ศ.จาง จงอี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ศ.หยาง เว่ย ประธานมูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ผู้บริหาร เข้าร่วม ว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย และจีน ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ไทย และจีนได้ร่วมกันสานสายใยแห่งมิตรภาพอย่างแน่นแฟ้น บนรากฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเข้าใจทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น และมีพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรม แต่อย่างที่ทุกท่านตระหนักดี ความสัมพันธ์ไทย-จีน สืบกลับไปยาวนานเป็นพันปี แนบแน่น และเป็นความสัมพันธ์พิเศษ

“สำหรับ มฟล.ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ชายแดน และมีความเชื่อมโยงทางกายภาพใกล้ชิดที่สุดกับจีน เราให้ความสำคัญอย่างมากในการแสดงบทบาทเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทย–จีน ผ่านมิติการศึกษา และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง ประชาชนกับประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนบนความเปลี่ยนแปลงของโลกที่พลิกผันในด้านต่างๆ ด้วยเหตุนี้ มฟล.จึงจัดการเสวนาวิชาการนี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์จากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันสำหรับนักศึกษา นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้มีบทบาทในความร่วมมือไทย–จีนรุ่นใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือในระดับท้องถิ่น และระดับชาติอย่างยั่งยืน” ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าว

Advertisement

ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าวอีกว่า การเสวนาครั้งนี้เป็นโอกาสในการทบทวนบทบาทของมหาวิทยาลัย ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ตลอดจนการวางแนวทางเพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือในอนาคต ให้สอดคล้องกับพลวัตโลก และบริบทของภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน และนายกสภา มฟล.ได้มาอยู่ ณ ที่นี้ เพราะมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมินมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาจีน ที่ มฟล.และนายกสภา มฟล.มีบทบาทสำคัญที่วางวิสัยทัศน์ และงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาจีน ที่สำคัญที่สุดความเข้าใจเกี่ยวกับจีนศึกษา ไม่เพียงแต่กับ มฟล.แต่กับสังคมในวงกว้าง

“เชื่อมั่นว่าการบรรยายพิเศษจากเหล่าวิทยากรซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือทางการศึกษาไทย-จีนในวันนี้ จะจุดประกายให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของมิตรภาพไทย-จีน ในมิติประวัติศาสตร์ การศึกษา และประชาชน ผ่านมุมมอง และประสบการณ์อันทรงคุณค่า พร้อมทั้งนำแรงบันดาลใจ และแง่คิดไปสู่การปฏิบัติที่สร้างสรรค์เพื่ออนาคตร่วมที่ยั่งยืนของทั้ง 2 ประเทศ“ ผศ.ดร.มัชฌิมากล่าว

นายรุตจิศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในนามของ จ.เชียงราย เป็นประตูเชื่อมโยงประเทศไทยกับตอนใต้จีน เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้สานสัมพันธ์กับมณฑลยูนนาน ในฐานะเมืองพี่เมืองน้อง และปีนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้ได้ดำเนินมาครบ 25 ปี ความร่วมมือของทั้ง 2 เมืองได้เติบโต และหยั่งรากลึกในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแลกเปลี่ยนนักศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ จ.เชียงราย มีเป้าหมายที่จะเป็น Wellness City เมืองที่ออกแบบมาเพื่อเอื้อให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างสมดุล มีความสุข และมีสุขภาวะที่ดี อันเกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึง ความเท่าเทียมในการเข้าถึงสุขภาวะของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพในการสนับสนุนการวิจัย และผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านสุขภาพ จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิด Wellness City นี้

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มฟล.ได้แสดงบทบาทผู้นำในการเชื่อมโยงความร่วมมือทางวิชาการกับมณฑลยูนนาน และสถาบันการศึกษาชั้นนำของจีนอย่างต่อเนื่อง จ.เชียงราย ยังเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับมณฑลยูนนาน และมีกิจกรรมความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง มีความสัมพันธ์ในทุกระดับที่เข้มแข็ง ผ่านการแลกเปลี่ยนของผู้ว่าราชการ ผู้ว่าการมณฑล โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การบริการวิชาการ และความร่วมมือด้านการวิจัยระดับนานาชาติในหลากหลายสาขา อาทิ ภาษาและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและการบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่น อันเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ชาติ“ นายรุตจิศักดิ์กล่าว

นายรุตจิศักดิ์กล่าวอีกว่า ในโอกาสพิเศษที่เราร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย และจีน กิจกรรมเสวนาวิชาการในครั้งนี้ จึงถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้แทนภาครัฐ วิชาการ ภาคเอกชน และเยาวชนจากทั้งสองประเทศจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และร่วมกันริเริ่มพัฒนาแนวทางความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน และขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียในอนาคต ขับเคลื่อนมิตรภาพที่ยั่งยืน และความร่วมมือใหม่อย่างเป็นองค์รวม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เพื่อผลิดอกออกผล และเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของทั้ง 2 ประเทศอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของ 2 ประเทศที่มีมายาวนาน ทั้งในระดับชาติ และสถาบัน สำหรับความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน สื่อถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง2 ประเทศ ทางด้านภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งเชื่อมโยงกันได้อย่างกลมกลืน การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ นั้น นอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นไปตามนานาอารยะประเทศแล้ว ยังมีความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเกี่ยว ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ดนตรี ภาษา และวัฒนธรรม และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันแน่นแฟ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อกันทางด้านภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์ที่งดงาม บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของแต่ละประเทศ ผ่านศิลปะ และวัฒนธรรม ที่มีการรังสรรค์อย่างปราณีตบรรจง และงดงาม เชื่อมโยงส่งผ่านระหว่างกันและกันได้อย่างงดงาม และมีเอกภาพ

“เป็นที่ทราบกันดีว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้น นอกจากความสัมพันธ์ทางการทูตแล้ว มีความสัมพันธ์ด้านภาษา และวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยมีสถาบันขงจื่อ และห้องเรียนขงจื่อ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของมูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ขับเคลื่อน และดำเนินการเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างประเทศ ที่มีความสำคัญ และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในต่างประเทศ โดยได้กระจายตัวไปถึง 1,722 แห่ง ใน 162 ประเทศ มีกิจกรรมสำคัญคือ การจัดโครงการส่งเสริมภาษา และวัฒนธรรมจีนในระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ภาษา และวัฒนธรรมจีน สนับสนุนการเรียน และการสอนภาษาจีนทั่วโลก การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในจีนกับมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนในต่างประเทศ โดยมีศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ เป็นหน่วยสนับสนุนที่เข้มแข็ง” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าว

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวอีกว่า การดำเนินการของสถาบันขงจื่อในไทย ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ มีการดำเนินการโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การจัดอบรมครูสอนภาษาจีนในไทย และมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และสัมผัส วัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นซอฟพาวเวอร์ที่มีอำนาจโน้มน้าวในกระแสโลกใหม่ และส่งผลต่อความร่วมมือ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มีกิจกรรมร่วมกันที่ชัดเจน และมีรูปแบบที่สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมมาจนถึงปัจจุบัน สถาบันขงจื่อได้จัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัยไทย 17 แห่ง และห้องเรียนขงจื่อในโรงเรียน 11 แห่ง มีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยสร้างความร่วมมือที่ชัดเจนร่วมกันผ่านสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัย และโรงเรียนในจีน ซึ่งเป็นทั้งภาคีเครือข่าย และพันธมิตรร่วมกัน มีกิจกรรมร่วมกัน นอกจากผู้เรียนจะเข้าถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษา และวัฒนธรรมจีนแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง และจีน ผ่านการสร้างเครือข่ายการเรียนการสอนภาษา และวัฒนธรรม เพื่อการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ซึ่งผลต่อภาครัฐ และเชื่อมโยง 2 ประเทศ เพราะผู้เรียนเกิดความซาบซึ้ง และความพยายามของภาษา และทัศนคติเชิงบวกต่อจีนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งก่อให้เกิดความรัก และความสัมพันธ์ได้อย่างกลมกลืน