หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน น.ศ.โบราณคดี ...

น.ศ.โบราณคดี ตีความ 4 เทพี ครีเอตน้ำหอม 4 กลิ่น ‘เจ้าแม่กวนอิม-เมขลา’ ฮิตสุด แห่เทสต์แน่นบูธ

20.12.25 | 16:44 น.

น.ศ.โบราณคดี ตีความ 4 เทพี ครีเอตน้ำหอม 4 กลิ่น ‘เจ้าแม่กวนอิม-เมขลา’ ฮิตสุด แห่เทสต์แน่นบูธ

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ห้อง 304 อาคารหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ คณะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดเสวนา ‘พุทธศาสน์และพุทธศิลป์ไทย-จีน’ เพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีนักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงนักศึกษา ประชาชน เข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่งตั้งแต่ช่วงเช้า โดยให้ความสนใจกับนิทรรศการภาพถ่าย ‘พุทธศาสน์และพุทธศิลป์ไทย–จีน’ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ภาพถ่ายจาก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

รวมถึง บูธจัดแสดงน้ำหอม Mythscent คอลเล็กชัน “Goddess of Elements” กลิ่นเจ้าแม่กวนอิม และกลิ่นนางเมขลา ผลงานจากโครงการของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ

Advertisement

 

นางสาวกฤติยา ผลผักแว่น (กอหญ้า), นางสาวจาฏุพัจน์ ชัยคชบาล (แก้ม), นางสาวเจียรไน ถนัดค้า (บุ๋น), นางสาวณัชนันท์ แขวงมาศ (แบม) และนางสาว สกุลรัตน์ ทองขาว (คิม) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ร่วมกันกล่าวว่า การจัดทำน้ำหอม Mythscent คอลเลคชั่น Goddess of Elements มีขึ้นเนื่องในรายวิชา ‘ประวัติศาสตร์ศิลปะกับสหวิทยาการ’ ซึ่งเป็นการนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะไปประยุกต์ใช้กับศาสตร์อื่นๆ พวกตนจึงมีความคิดที่จะนำความรู้ด้านประติมานวิทยา มาตีความให้เป็นกลิ่นหอม

โดยนำเทพี 4 องค์ ตีความเป็น 4 กลิ่น ตามความสนใจส่วนตัวของทุกคนในกลุ่ม เช่น คนที่ถนัดประติมานวิทยาในศิลปะตะวันตก นำเทพี ‘เดมิเทอร์’ เพื่อนที่ถนัดศิลปะจีน ก็ตีความ ‘เจ้าแม่กวนอิม’ คนที่ถนัดไทย ก็ตีความ ‘เมขลา’ คนถนัดญี่ปุ่นก็ตีความ ‘อามาเทราสึ’

“เหล่านี้คือเทพี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการต่อยอดสู่ ‘ธาตุ’ และ ‘กลิ่น’ ต่างๆ พอได้ 4 เทพีมาแล้ว ก็มาตีความว่าองค์ไหน จะเป็นธาตุอะไร เลยได้ออกมาว่า เทพีเดมิเทอร์ เป็นธาตุดิน เพราะตามตำนานท่านเป็นเทพีแห่งการเกษตร

เจ้าแม่กวนอิม เป็นธาตุน้ำ เพราะตามตำนาน มีความเกี่ยวข้องกับน้ำ เมขลา เป็นธาตุลม อามาเทราสึ เป็นธาตุไฟ” กลุ่มนักศึกษาร่วมกันเล่า

จากนั้น กล่าวถึงการคัดสรรวัตถุดิบสำหรับ 4 กลิ่น ซึ่งมีชื่อต่างๆ เช่น กลิ่น ‘จันทรานที’ ซึ่งมาจากการตีความเจ้าแม่กวนอิม ใช้ดอกบัวเป็นหลัก ผสมกับชาแดงจีน, กลิ่น ‘ละอองลม’ ซึ่งมาจากการตีความ ‘เมขลา’ ใช้กุหลาบและดอกปีป ผสมผสานกัน เป็นต้น

“กลิ่นจันทรานที ซึ่งมาจากการตีความเจ้าแม่กวนอิม มีดอกบัวเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะประติมานวิทยามีดอกบัวเป็นส่วนประกอบ อย่างที่เห็นในจิตรกรรมฝาผนังเช่นกัน เลยนำกลิ่นดอกบัว มาผสมกับกลิ่นชาแดงจีนในหลายสัดส่วน ได้กลิ่นที่มีความเย็น สดชื่น ผู้คนเข้าถึงง่าย เลยเป็นกลิ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานนี้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสัมพันธ์ไทย-จีนอีกด้วย

ส่วนกลิ่นละอองลม ซึ่งได้จากการตีความเมขลา ใช้กุหลาบซึ่งกลิ่นชัด ผสมดอกปีป ที่มอบความรู้สึกไทยๆ ผสมกันแล้วให้ความรู้สึกซุกซนแบบเมขลาล่อแก้ว” กอหญ้า, แก้ม, บุ๋น, แบม, คิม ร่วมกันเล่า

เมื่อถามถึงการต่อยอดสู่การจำหน่ายในอนาคต กลุ่มนักศึกษา ตอบว่า ขณะนี้ยังเป็นผลิตแบบสินค้าทดลอง การผลิตเพื่อจัดจำหน่ายต่อไปยังอยู่ในขั้นหารือ

ทั้งนี้ คณาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ได้แก่ ดร.วิภาช ภูริชานนท์ และ ดร.กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์