น.ศ.โบราณคดี ตีความ 4 เทพี ครีเอตน้ำหอม 4 กลิ่น ‘เจ้าแม่กวนอิม-เมขลา’ ฮิตสุด แห่เทสต์แน่นบูธ
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ห้อง 304 อาคารหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ คณะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดเสวนา ‘พุทธศาสน์และพุทธศิลป์ไทย-จีน’ เพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีนักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงนักศึกษา ประชาชน เข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่งตั้งแต่ช่วงเช้า โดยให้ความสนใจกับนิทรรศการภาพถ่าย ‘พุทธศาสน์และพุทธศิลป์ไทย–จีน’ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ภาพถ่ายจาก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

รวมถึง บูธจัดแสดงน้ำหอม Mythscent คอลเล็กชัน “Goddess of Elements” กลิ่นเจ้าแม่กวนอิม และกลิ่นนางเมขลา ผลงานจากโครงการของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
นางสาวกฤติยา ผลผักแว่น (กอหญ้า), นางสาวจาฏุพัจน์ ชัยคชบาล (แก้ม), นางสาวเจียรไน ถนัดค้า (บุ๋น), นางสาวณัชนันท์ แขวงมาศ (แบม) และนางสาว สกุลรัตน์ ทองขาว (คิม) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ร่วมกันกล่าวว่า การจัดทำน้ำหอม Mythscent คอลเลคชั่น Goddess of Elements มีขึ้นเนื่องในรายวิชา ‘ประวัติศาสตร์ศิลปะกับสหวิทยาการ’ ซึ่งเป็นการนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะไปประยุกต์ใช้กับศาสตร์อื่นๆ พวกตนจึงมีความคิดที่จะนำความรู้ด้านประติมานวิทยา มาตีความให้เป็นกลิ่นหอม

โดยนำเทพี 4 องค์ ตีความเป็น 4 กลิ่น ตามความสนใจส่วนตัวของทุกคนในกลุ่ม เช่น คนที่ถนัดประติมานวิทยาในศิลปะตะวันตก นำเทพี ‘เดมิเทอร์’ เพื่อนที่ถนัดศิลปะจีน ก็ตีความ ‘เจ้าแม่กวนอิม’ คนที่ถนัดไทย ก็ตีความ ‘เมขลา’ คนถนัดญี่ปุ่นก็ตีความ ‘อามาเทราสึ’
“เหล่านี้คือเทพี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการต่อยอดสู่ ‘ธาตุ’ และ ‘กลิ่น’ ต่างๆ พอได้ 4 เทพีมาแล้ว ก็มาตีความว่าองค์ไหน จะเป็นธาตุอะไร เลยได้ออกมาว่า เทพีเดมิเทอร์ เป็นธาตุดิน เพราะตามตำนานท่านเป็นเทพีแห่งการเกษตร
เจ้าแม่กวนอิม เป็นธาตุน้ำ เพราะตามตำนาน มีความเกี่ยวข้องกับน้ำ เมขลา เป็นธาตุลม อามาเทราสึ เป็นธาตุไฟ” กลุ่มนักศึกษาร่วมกันเล่า

จากนั้น กล่าวถึงการคัดสรรวัตถุดิบสำหรับ 4 กลิ่น ซึ่งมีชื่อต่างๆ เช่น กลิ่น ‘จันทรานที’ ซึ่งมาจากการตีความเจ้าแม่กวนอิม ใช้ดอกบัวเป็นหลัก ผสมกับชาแดงจีน, กลิ่น ‘ละอองลม’ ซึ่งมาจากการตีความ ‘เมขลา’ ใช้กุหลาบและดอกปีป ผสมผสานกัน เป็นต้น
“กลิ่นจันทรานที ซึ่งมาจากการตีความเจ้าแม่กวนอิม มีดอกบัวเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะประติมานวิทยามีดอกบัวเป็นส่วนประกอบ อย่างที่เห็นในจิตรกรรมฝาผนังเช่นกัน เลยนำกลิ่นดอกบัว มาผสมกับกลิ่นชาแดงจีนในหลายสัดส่วน ได้กลิ่นที่มีความเย็น สดชื่น ผู้คนเข้าถึงง่าย เลยเป็นกลิ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานนี้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสัมพันธ์ไทย-จีนอีกด้วย

ส่วนกลิ่นละอองลม ซึ่งได้จากการตีความเมขลา ใช้กุหลาบซึ่งกลิ่นชัด ผสมดอกปีป ที่มอบความรู้สึกไทยๆ ผสมกันแล้วให้ความรู้สึกซุกซนแบบเมขลาล่อแก้ว” กอหญ้า, แก้ม, บุ๋น, แบม, คิม ร่วมกันเล่า
เมื่อถามถึงการต่อยอดสู่การจำหน่ายในอนาคต กลุ่มนักศึกษา ตอบว่า ขณะนี้ยังเป็นผลิตแบบสินค้าทดลอง การผลิตเพื่อจัดจำหน่ายต่อไปยังอยู่ในขั้นหารือ
ทั้งนี้ คณาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ได้แก่ ดร.วิภาช ภูริชานนท์ และ ดร.กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์


