หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน พาชมนิทรรศการ...

พาชมนิทรรศการกู้กง ฉลอง 50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน

23.12.25 | 15:16 น.

พาชมนิทรรศการกู้กง ฉลอง 50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน


ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระนี้ กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง มูลนิธิไทย กรมศิลปากร ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณของจีน หรือกู้กง ร่วมกันจัดแสดงนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร” ระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ถึง วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พระที่นั่งเหวินหวา พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง โดยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการดังกล่าวเป็นรอบปฐมทัศน์

Advertisement

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวมติชนได้เดินทางไปเยี่ยมชมนิทรรศการด้วยตนเอง จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวให้ได้ทราบกัน ทันทีเมื่อก้าวเข้าสู่จัดแสดงจะพบกับข้อความที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศมีความผูกผันใกล้ชิด และประวัติศาสตร์ร่วมกันมานานกว่าช่วงเวลาห้าทศวรรษ โดยระบุว่า ในเอกสารโบราณของจีน ไทยถูกเรียกว่า “ดินแดนทองคำ” และมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับประเทศจีน โดยมีรากฐานมาจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ยาวนาน

การค้าระหว่างจีนและไทยเริ่มต้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช หลังจากการเติบโตของเส้นทางการค้าผ่านทะเล (Maritime Silk Road) การค้าระหว่างสองประเทศก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 มีการแลกเปลี่ยนของขวัญและการติดต่อทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอารยธรรมจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ถัดมาเป็นแผ่นอักษรที่มีหัวข้อว่า “สายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ” พร้อมระบุว่าอาณาจักรสุโขทัยได้สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับราชวงศ์หยวน จากนั้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยมีความแน่นเฟ้นมากขึ้น โดยมีจุดสูงสุดทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนทางการทูตและการค้าในสมัยราชวงศ์หมิง และดำเนินต่อเนื่องตลอดรัชสมัยของจักรพรรดิคังซีกับจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ผ่านการส่งทูตและการแลกเปลี่ยนเครื่องราชบรรณาการ

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา เครื่องปั้นดินเผาได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทย ในสมัยสุโขทัยช่างไทยได้นำรูปแบบและเทคนิคการผลิตเครื่องเคลือบหลงเฉวียนมาประยุกต์ใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา จนนำไปสู่การกำเนิดของเครื่องสังคโลกอันเลื่องชื่อ อีกทั้ง เครื่องลายครามสีน้ำเงิน-ขาวและเครื่องเคลือบลงยาที่นำเข้าจากจีนตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้รับการยกย่องและเป็นที่นิยมอย่างมากในไทยด้วย

นิทรรศการนี้เป็นการนำศิลปวัตถุชิ้นสำคัญของไทยจำนวน 171 รายการไปจัดแสดง รวมถึง “หม้อสามขา” ภาชนะดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ จากแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นรูปแบบภาชนะที่พบในแหล่งโบราณคดีของจีน “ชามเบญจรงค์ลายวรรณกรรมไซอิ๋ว” ที่สยามสั่งซื้อจากจีน จัดแสดงคู่กับ “ชามเบญจรงค์ลวดลายวรรณกรรมพระอภัยมณี” ซึ่งสยามสั่งซื้อชามจากจีนมาเขียนลวดลายเอง ทั้งยังมีการนำ เครื่องทองจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะไปจัดแสดง ได้แก่ จุลมงกุฎ แผ่นทองรูปสัตว์มงคล และ แผ่นเงินดุนลายพระพุทธรูป

ยิ่งไปกว่านั้น ทางไทยได้นำ “พระที่นั่งกง” สมัยรัชกาลที่ 5 โดยนับเป็นครั้งแรกที่ศิลปะราชสำนักชิ้นนี้ถูกนำไปจัดแสดงนอกประเทศ ขณะที่ฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังได้นำ ฉากประดับพระที่นั่งของจักรพรรดิเฉียนหลง มาจัดแสดงร่วมกัน เปรียบเสมือนการพบกันของราชสำนักสยามและราชสำนักจีนในนิทรรศการครั้งนี้ นอกจากนั้น มีการนำผลงานสำนักช่างสิบหมู่ ได้แก่ เรือสุพรรณหงส์จำลอง ศีรษะโขน ตลอดจน ผ้าม่านเรือพระราชพิธี ไปจัดแสดงด้วย

ด้านฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณได้นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของจีนมากกว่า 78 รายการมารวมจัดแสดง รวมถึง “พจนานุกรมไทย-จีน” สมัยราชวงศ์ชิง “แจกันหยกประดับด้วยรูปแกะสามตัวและใบกล้วย” ซึ่งตามบันทึกของราชวงศ์ชิง จักรพรรดิเฉียนหลงได้มอบแจกันหยกในลักษณะนี้ให้สยามเป็นของขวัญในหลายโอกาส “ม้วนหนังสือบรรณาการของชิวอิง” โดยเป็นภาพของอาณาจักรศรีวิชัยที่ได้ติดต่อค้าขายกับจีนในสมัยราชวงศ์ถัง “ฉากกั้นพระพุทธรูป 99 องค์” ในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง “ฉลองพระองค์สีขาวปักลายเมฆและมังกร” ในยุคจักรพรรดิกวางซูแห่งราชวงศ์ชิง (2418-2451) รวมถึงเครื่องประดับต่างๆ จำนวนมากด้วย

นายกรกช ภารัชสิทธิ์ ที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า สิ่งที่นิทรรศการต้องการนำเสนอคือการนำเสนอข้อมูลของประเทศไทยให้ชาวจีนได้รู้จักมากขึ้น ชาวจีนส่วนใหญ่รู้จักประเทศไทยอยู่แล้ว แต่อาจจะมีจำนวนคนไม่มากนักที่รู้ว่าไทยกับจีนมีความเกี่ยวพันธ์มานานในประวัติศาสตร์นับพันปี และมีความคล้ายคลึงกันในด้านวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนา

พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายในการจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ว่า เนี่องจากอากาศในกรุงปักกิ่งมีความแห้งและมีความชื้นในอากาศน้อยมากๆ ทำให้การจัดแสดงโบราณวัตถุหลายอย่างไม่สามารถทำได้ เช่น ของที่เป็นไม้ หนังสัตว์ กระดาษ และผ้า เนี่องจากมีความเปราะบางต่ออากาศที่แห้งด้วย

อย่างไรก็ดี นิทรรศการนี้ทำให้ชาวจีนรู้จักประเทศไทยในมุมที่ลึกยิ่งขึ้นในทางประวัติศาสตร์ และได้ตระหนักว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนมีความลึกซึ้งเพียงใด เป็นการตอกย้ำว่า ไทยจีนเป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกัน ไม่ใช่แค่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ย้อนไปในอดีตได้ไกลมาก เป็นดั่งมิตรเก่าที่มีความผูกพันกันมานาน
ไม่เกินจริงหากจะบอกว่า นิทรรศการนี้เปรียบเสมือนภาพสะท้อนถ้อยวลี “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน