‘พิจารณ์’ ชื่นชมความสำเร็จพรรคคอมมิวนิสต์จีน ย้ำ ร่วมเรียนรู้ อัพเกรดชีวิตประชาชน 2 ชาติ
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จัดงานสัมมนา ‘เฉลิมฉลองครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครบรอบ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทยมา
ท่ามกลางนักการเมืองเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาล ครม.อนุทิน 1, นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และอดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม., นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง, นายสยาม บางกุลธรรม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ , นายภูบดินทร์ ปกป้อง เลขานุการส่วนตัวของนายภูมิธรรม เป็นต้น
โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากพรรคการเมืองไทย นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีน
ท่ามกลางนักการเมืองเข้าร่วมคับคั่ง
ในตอนหนึ่ง นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตลอด 70 กว่าปีที่ผ่านมาพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำพาประเทศจีนประสบความสำเร็จ ผ่านความท้าทายในหลากหลายมิติ ในด้านเศรษฐกิจ พรรคคอมมิวนิสต์ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและเติบโตได้อย่างมั่นคง
“การพัฒนาเศรษฐกิจเหล่านั้นได้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ภาคเอกชนต่างๆภายในประเทศจีน ได้กระจายตัวในการพัฒนาเศรษฐกิจไปหลายภูมิภาคหลายมณฑล พร้อมขจัดปัญหาความยากจนภายในประเทศ” นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาความมั่นคง ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจีน ขอชื่นชมในการบริหารประเทศ ที่มุ่งเน้นเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และหวังอย่างยิ่งว่าภายใต้แกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน จะสามารถบรรลุเป้าหมาย ในการสร้างสรรค์สร้างสังคมนิยม ทันสมัย เท่าเทียม และเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค
“ที่ผ่านมาพรรคประชาชนได้เรียนรู้ กระบวนการสร้างพรรค และกระบวนการนโยบายพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรานำมาปรับใช้ในบริบท ให้เหมาะสมกับสังคมไทย เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย พรรคประชาชนขอขอบคุณในการร่วมมือที่ผ่านมา และหวังว่าจะได้พัฒนาความสัมพันธ์ การเรียนรู้ร่วมกันต่อไป
พรรคประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในการนำเอาเทคโนโลยี มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคธุรกิจ รวมทั้งยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้เข้มแข็ง และที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือการแก้ไขปัญหามลพิษ ทั้งมลพิษภายในประเทศและมลพิษข้ามพรมแดนในระดับภูมิภาค” นายพิจารณ์ กล่าว
นายพิจารณ์ กล่าวว่า จากที่พรรคประชาชนได้เรียนรู้ประสบการณ์จากพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงเชื่อว่าพวกเรามีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง และมีความมุ่งมั่นในทิศทางเดียวกัน โดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ชาติ เป็นที่ตั้ง เฉกเช่นที่ผ่านมา ดังนั้นเราทั้ง 2 ชาติจะสามารถแก้ไขทางการค้า การลงทุน ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน และสามารถสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์อันดีร่วมกันได้อย่างแน่นอน
“ผมในนามของพรรคประชาชน ขออวยพรให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประชาชาติจีน ในทุกมิติ และขอให้ความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระหว่างประชาชนไทยและประชาชนจีน ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เจริญงอกงามยิ่งขึ้น และมั่นคงยิ่งสื่อไป” นายพิจารณ์ กล่าวทิ้งท้าย



