สถานทูตจีน เลี้ยงส่งข้าราชการไทยบินเรียนภาษาจีน ‘พินิจ’ ให้โอวาท นำความรู้พัฒนาชาติ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน เวลา 18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย มีการจัดงานเลี้ยงส่งนักศึกษาหลักสูตรภาษาจีนกลางสำหรับข้าราชการ รุ่นที่ 21 โดยมี นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์, นายหวู จื้อหวู่ (Wu Zhiwu) อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รักษาการแทนเอกอัครราชทูต, ข้าราชการ และนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมีการฉายวีดิทัศน์ย้อนรอบ 20 ปี ของโครงการข้าราชการไทยที่ได้รับทุนการศึกษา

โอกาสนี้ นายพินิจ กล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการ ว่า วันนี้นับเป็นโอกาสที่น่าภาคภูมิใจของสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนข้าราชการไทยให้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาภาษาจีนกลางและเรียนรู้วัฒนธรรมจีน ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
นายพินิจ กล่าวว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมายาวนาน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศก็มีความใกล้ชิดเหมือนพี่น้อง การศึกษาและการแลกเปลี่ยนบุคลากรจึงเป็นหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“ขอให้ทุกท่านตระหนักว่า เมื่อเดินทางไปอยู่ที่ประเทศจีน ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนหรือผู้ได้รับทุนเท่านั้น แต่ท่านคือ ‘ตัวแทนของประเทศไทย’ และเป็นหนึ่งในผู้ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนจีน ตั้งใจศึกษาเรียนรู้ เปิดใจรับฟังและทำความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม เคารพกฎระเบียบของประเทศจีน และใช้ทุกโอกาสในการสร้างมิตรภาพกับเพื่อนชาวจีนและนานาประเทศ“ นายพินิจ กล่าว
นายพินิจ กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญ ขอให้นำความรู้ด้านภาษาจีนกลับมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทยและจีน เพราะในโลกปัจจุบัน ภาษาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจ และสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับประเทศ
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ได้รับทุนรุ่นนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และจะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการสานต่อมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง
ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ ประสบความสำเร็จในการศึกษา เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด และกลับมาสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ เป็นทั้งนักเรียนที่ดี ผู้แทนประเทศไทยที่ดี และสะพานที่ดีระหว่างไทยกับจีน ขอให้ประสบความสำเร็จทุกประการ” นายพินิจ กล่าว

ด้าน นายหวู จื้อหวู่ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ได้มีโอกาส ร่วมสังสรรค์หรือพบปะผู้ใหญ่จากสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และการส่งเสริมความสัมพันธ์ ‘จีน-ไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน’ น่าหวงแหนและมีคุณค่าอย่างยิ่ง
“ผมฝากความหวังให้กับข้าราชการทั้งหลายที่กำลังจะเดินทางไปประเทศจีน หวังว่าทุกท่านจะใช้โอกาสนี้ ให้เป็นประโยชน์ และพยายามศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีนเพื่อให้เวลา 1 ปีข้างหน้า เกิดคุณค่ามากที่สุด แล้วกลับมาเอาไว้เป็นสมบัติของตนเอง ไม่ว่าอย่างไรหน้าที่การงานก็สำคัญต่ออนาคตข้างหน้า” นายหวู จื้อหวู่ กล่าว
นายหวู จื้อหวู่ กล่าวต่อไปว่า ยิ่งไปกว่านั้นท่านสามารถที่จะนำความรู้ ที่กำลังจะไปศึกษาเล่าเรียนกลับมาใช้ในหน้าที่การงาน เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ประเทศไทยได้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน หลายคนอาจจะเกิดความคิดถึงบ้านแต่อย่าลืมว่าใช้โอกาสนี้ ไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม ของประเทศที่ถือว่าประเทศท่านเป็นญาติ และเรามีความร่วมมือกันมาอย่างช้านาน
“ขอให้ทุกท่านมีความสุขกายสบายใจระหว่างการศึกษาอยู่ที่ปักกิ่งและขอให้ทุกท่านใช้ความรู้และเวลาอย่างมีคุณค่า ได้ผลประโยชน์มากที่สุด และถ้าสิ่งใดที่ทางสถานทูตจีนสามารถที่จะสนับสนุนและประสานงานให้กับทุกท่าน ทางสถานทูตก็ยินดี ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ มีความสุขระหว่างที่อยู่ปักกิ่ง” นายหวู จื้อหวู่ กล่าวทิ้งท้าย

จากนั้น นางสาวจุฑามาศ ทองสอดแสง นักศึกษารุ่น 21 เป็นตัวแทนขึ้นกล่าวถึงความรู้สึก ว่า ขอกราบขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง และสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้ร่วมมือกันจัดโครงการอันทรงคุณค่านี้ขึ้น ทั้งยังได้มอบโอกาสให้แก่นักศึกษาไทยได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญให้แก่เยาวชนไทยในการก้าวเข้าสู่ความเข้าใจในสังคมและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อย่างแท้จริง
“ดิฉันเชื่อมั่นว่า ความรู้และประสบการณ์ที่นักศึกษาทุกคนได้รับจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านภาษาจีน ความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักศึกษาทุกคนสามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในเส้นทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศในอนาคต
พวกเราตระหนักดีว่าโอกาสในครั้งนี้มาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ พวกเราจะนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง ทั้งในการศึกษาเล่าเรียน การทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตลอดจนการเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนให้แก่สังคมไทยในวงกว้างต่อไป” นางสาวจุฑามาศ กล่าว

ด้าน นางสาวธนาภรณ์ เนื่องเสวก นักศึกษารุ่น 20 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กล่าวว่า ขอขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง และสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนและมอบโอกาสอันมีคุณค่านี้ให้แก่ข้าราชการไทยมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประสบการณ์จากการเข้าร่วมหลักสูตรรุ่นที่ 20 ตลอดระยะเวลาที่ได้ศึกษาอยู่ที่กรุงปักกิ่งและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีน สิ่งที่พวกเราได้รับไม่ได้มีเพียงการพัฒนาทักษะภาษาจีน ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียนเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้พวกเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
“นอกจากการเรียนภาษาในห้องเรียนแล้ว อาจารย์ทุกท่านยังให้ความเอาใจใส่และดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต ทางสถาบันยังเปิดโอกาสให้พวกเราได้สัมผัสวัฒนธรรมจีน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเขียนพู่กันจีน การเล่นดนตรีภู่เจิง การปั้นดินเผา รวมถึงการเดินทางไปเรียนรู้จากสถานที่จริง ทั้งกำแพงเมืองจีน เมืองโบราณ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ อาหารจีนและวัฒนธรรมการกินก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และทำให้พวกเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น” นางสาวธนาภรณ์ กล่าว
นางสาวธนาภรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจ คือการได้เห็นประเทศจีนในมุมที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวัน ที่โทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียวสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้แทบครบวงจรรวมถึงระบบคมนาคมที่ก้าวหน้าและทันสมัย ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตและการเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น


