รองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อ ชี้ ‘เมตตาธรรมค้ำจุน’ คือหนทางฝ่าวิกฤตโลก ยกระดับองค์กร-สังคมด้วยปัญญา แลกเปลี่ยน-ให้คุณค่า พึ่งพาอาศัยกันและกัน
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯ สมาชิกสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ จัดประชุม “ฟอรั่มอารยธรรมแห่งความปรองดองประจำปี 2025″ ภายใต้แนวคิด “อยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง : ส่งเสริมอารยธรรมให้เจริญก้าวหน้า” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน
ท่ามกลางแขกบุคคลสำคัญตลอดจนผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง นำโดย นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี , ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ ในฐานะรองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ, มาดามซุน ชุนหลาน ประธานสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ
บรรยากาศเวลา 14.00 น. ที่ห้อง Study Room ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเข้าสู่ช่วงฟอรั่มสำหรับนักธุรกิจ การสืบทอดวัฒนธรรมกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายพินิจ รองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ, นายเจ้า ยี่หวู่ รองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทน่าทงเทคโนโลยี, นายจิตรกร เผด็จศึก ประธานหอการค้ากลุ่ม EEC (หอการค้าแห่งประเทศไทย), นายหยาง ซุน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทกลอเรียเอซชัน, นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และยุทธศาสตร์การค้า, นายหวู โก๋ผิง รองนายกสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ ประธานคณะกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มวัฒนธรรรมและการท่องเที่ยวหลิงซานเมืองอู๋ซี เป็นต้น

นายเจ้า ยี่หวู่ รองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ กล่าวในหัวข้อ ‘หนทางสู่ความสำเร็จร่วมกันระหว่างบุคคล ธุรกิจ และสังคม’ ว่า ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนกรุงเทพฯ และได้มาร่วม ‘ฟอรั่มอารยธรรมแห่งความปรองดองประจำปี 2025’ ในวันนี้ การแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นสิ่งที่มีความต้องการของมวลมนุษยชาติ อีกทั้งยังควบคุมทั้งเรื่องภาษา เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และศิลปะ ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘จีน-ไทย ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน’ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จสูง สามารถแสดงออกถึงความเป็นวัฒนธรรมไทย-จีนได้อย่างแจ่มชัด
“ความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์กร ของสังคม ในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างท้าท้าย เราต้องคำนึงถึงองค์กรที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิดที่ยังไม่หายไป วิกฤตสภาพอากาศแปรปรวนที่โลกยังต้องเผชิญ รวมไปถึงเรื่องเทคโนโลยี AI ที่มีความรวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
เราควรมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง ในมุมของ ‘ขงจื๊อ’ ผู้ประสบความสำเร็จ ต้องมีความเมตตา อยากให้ตนเองสำเร็จ ผู้อื่นก็ต้องเจริญรุ่งเรืองด้วยเช่นกัน ผลิตภัณฑ์ต้องช่วยเหลือสังคมและช่วยโลกได้ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับคุณค่าสังคม ยึดมั่นหลักสามัคคีธรรมและพัฒนาตนเอง” นายเจ้า ยี่หวู่ กล่าว
นายเจ้า ยี่หวู่ กล่าวถึงบริษัทของตนด้วยว่า บริษัทของเรายังช่วยผู้ป่วยทางด้านกระดูกและขา ยังยึดมั่นช่วยเหลือผู้ป่วยในไทยสูงสุด แลกเปลี่ยนความรู้ ความก้าวหน้าจีน-ไทย ด้วยการยึดถือแนวคิดจีน-ไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว

พนักงานของเราสามารถสร้างคุณค่าให้แก่เรา ลูกค้าก็สร้างคุณค่าในการรับบริการ ชุมชนก็เป็นพื้นที่ที่เราต้องพึ่งพาและเติบโต กลไกของเราเป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่เป้าหมายเป็นสิ่งที่ต้องเน้นย้ำอย่างสูงสุด
“ยุคสมัยนี้ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขอให้เรายึดหลักคุณธรรมของขงจื๊อเป็นหลัก เป็นอารยธรรมที่สร้างความเติบโตและก้าวหน้าทางสังคม เราจะต้องทำให้สังคมและพันธกิจของสังคมเติบโต เป็นโลกที่ดีขึ้น ทั้งพัฒนาการเศรษฐกิจ เราต้องหาให้เจอว่าเราจะไปทิศทางไหนกันแน่ และจะก้าวไปอย่างไร
ผมขอยึดหลักคำสอนที่ว่า ‘สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต’ คนจะล่วงทุกข์ไปได้ด้วยปัญญา ขอให้ทุกท่านพบปัญญาภายในตน และพัฒนาเศรษฐกิจขึ้นมาได้” นายเจ้า ยี่หวู่ กล่าวปิดท้าย



