หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน Thai-China Connect ‘พินิจ’ ถามตร...

‘พินิจ’ ถามตรงๆ เตรียมรับมือหรือยัง? ลั่น ‘ทรัมป์’ ทำโลกป่วน ‘จีนกำลังผงาด’ ด้วยอำนาจการซื้อ

10.06.25 | 17:05 น.

พินิจ ถามตรงๆ ‘เตรียมรับมือหรือยัง? ลั่น ‘ทรัมป์’ ทำโลกป่วน – ‘จีนกำลังผงาด’ ด้วยอำนาจการซื้อ ชี้ต้องร่วมมือทาง ‘การค้า’

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯ สมาชิกสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ จัดประชุม “ฟอรั่มอารยธรรมแห่งความปรองดองประจำปี 2025” ภายใต้แนวคิด “อยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง : ส่งเสริมอารยธรรมให้เจริญก้าวหน้า”  เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน

บรรยากาศเวลา 14.00 น. เข้าสู่ช่วงเวทีฟอรั่มสำหรับนักธุรกิจ ในหัวข้อ ”การสืบทอดวัฒนธรรมกับการพัฒนาเศรษฐกิจ“ นำโดย นายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกสภาสหพันธ์จงจื๊อนานาชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายเจ้า ยี่วู่ รองนายกสภาสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ, นายนฤชา ฤชุพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), ดร.จิตรกร เผด็จศึก เป็นประธานหอการค้ากลุ่มภาคตะวันออก 1, นายอรุณ เอี่ยมสุรีย์ ประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีน, นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย

พร้อมด้วย นายหยาง ซุน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทกลอเรียเอซชัน, นายหวู โก๋ผิง รองนายกสหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ ประธานคณะกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มวัฒนธรรรมและการท่องเที่ยวหลิงซานเมืองอู๋ซี เป็นต้น โดยมีผู้เข้ารับฟังวิสัยทัศน์จนแน่นห้องประชุม

Advertisement

ในตอนหนึ่ง นายพินิจ กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องเปลือกนอก หรือรูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่เปลี่ยนตั้งแต่วิญญาณ หัวใจ และความคิดของมวลมนุษยชาติ

“มหาอำนาจตะวันตก ก็คงไม่คาดคิดว่าจะเกิดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ โดยมี อินเดีย บราซิล รัสเซีย และอีกหลายประเทศ และต่อมาเกิดการขยายความร่วมมือเป็นกลุ่มบริกส์ (BRICS) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ประชากร และกำลังการผลิตที่ใหญ่มาก รวมถึงพลังในการบริโภคสูงมาก

เราต้องยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาได้ เพราะพลังอำนาจของประเทศจีน ซึ่งไม่ใช่ว่ามีพลังด้านกำลังซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีพลังอำนาจในด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านเอไอ หรือ ควอนตัม

เอาง่ายๆ ว่า จีนเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ยากจน หนาวตาย อดข้าวตาย แต่วันนี้จีนเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก เป็นไปได้อย่างไร หลังจากช่วงสงครามที่จีนปลุกระดม หาอาสาสมัคร หาคนมาไถนา แต่วันนี้จีนทำนาด้วยเทคโนโลยี ทำนาด้วยเครื่องจักรและเครื่องมืออันทันสมัย ทำเกษตรกรรมด้วยโดรน ซึ่งจีนได้พัฒนาวิทยาศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานมากมาย” นายพินิจเผย

นายพินิจกล่าวอีกว่า หากสหรัฐอเมริกามี SpaceX ด้านจีนก็มีดาวเทียม ‘เป๋ยโต’ เกือบหมื่นดวง ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง ที่ประเทศตะวันตกคาดไม่ถึง ว่าจีนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้ จากที่เคยอดตาย หนาวตาย กลายมาเป็นอันดับ 2 และจะมาเป็นอันดับ 1 ของโลกแล้วในขณะนี้

โลกทุกวันนี้โลกจะชี้ขาดด้วยประเทศมหาอำนาจไม่กี่ประเทศ ที่มีการผลิต พลังการซื้อและเทคโนโลยีสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมจะมาพูดเรื่องเศรษฐกิจ ผมจะพูดเรื่องสงครามครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็วนี้ ท่านเตรียมรับมือหรือยัง ถ้าสงครามเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ มีเทียน มีไม้ขีด มียาเตรียมไว้แล้วหรือยัง แล้วหากเกิดสงครามทางเศรษฐกิจขึ้น คุณเตรียมรับมือแล้วหรือยัง ต้องเตรียมนะ เพราะถ้ามันไม่เกิดขึ้น คุณก็ไม่ขาดทุน แต่ถ้าเกิดสงครามใหญ่ขึ้นมา คุณขาดทุนอย่างแน่นอน

ตอนนี้เกิดสงครามทางการค้า จากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทำให้การค้าปั่นป่วนทั้งโลก ซึ่งสร้างผลกระทบไปทุกประเทศ จนทำให้โลกเกิดการขับเคี่ยวอย่างหนักหน่วง คนทำงานหนัก อย่างน้อยพ่อค้า เจ้าของกิจการปวดหัวมาก มีเรื่องให้คิดจนนอนไม่หลับ“ นายพินิจเผย

นายพินิจกล่าวอีกว่า ตนขอให้ข้อคิดว่า ประเทศไทยและนานาชาติทั่วโลก ต้องร่วมมือกับจีนในด้าน ‘การค้า’ ปีที่แล้วจีนกลายเป็นคู่ค้าและนักลงทุนอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยไทยขาดดุลการค้าให้จีน แต่เป็นในแง่ของการสั่งวัตถุดิบเพื่อการผลิตเข้ามา จึงเป็นเรื่องที่ยังไม่น่าห่วง

“ปีที่แล้วจีนซื้อทุเรียนอย่างเดียว ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ปีนี้มีเท่าไหร่จีนก็ซื้อหมด วันนี้ทุเรียนส่งออกไปจีน กิโลกรัมละ 200 บาท จนวันนี้คนมีพื้นที่ไร่สวนเท่าไหร่ ก็เอามาปลูกทุเรียนหมด เพราะทุเรียนขายดี นี่คืออำนาจการซื้อและความต้องการ มันทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน หมุนเวียนไป” นายพินิจชี้

นายพินิจกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เราจะจับมือทำการค้ากับจีน ก็ต้องศึกษาทำความเข้าใจประเทศจีน ตนมองว่าการที่เรามาร่วมมือกันอย่างนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้เรารู้จักกัน เข้าใจ เป็นมิตร และมีอารยธรรมเดียวกัน อย่างน้อยก็อยู่ในสหพันธ์เดียวกัน คือ สหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ