ลานคนเมือง-ศาลาว่าการกทม. เพิ่มจุดคัดกรองรวม 4 จุด อำนวยความสะดวกปชช.ที่หลั่งไหลมาต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังทยอยเดินทางเข้ามารับบัตรคิว เพื่อวางดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีจุดคัดกรองรวมทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ จุดคัดกรองวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โรงเรียนเบญจมราชาลัย พระบรมราชูปถัมภ์ วัดภารตวิทยาลัย และวัดเทพธิดารามวรวิหาร เพิ่มอีก 1 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้ามายังพื้นที่ลานคนเมือง โดยแต่ละจุดคัดกรอง นอกจากจะแจกบัตรคิวเพื่อขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ต่อหน้าพระเมรุมาศจำลองแล้ว ยังเป็นจุดนั่งพัก และมีจิตอาสาบริการอาหาร ขนม น้ำดื่ม รวมถึงพัดและยาดมด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์บริเวณใกล้เคียงที่สามารถวางได้จันทน์ได้ เช่น วัดราชบพิตรฯ วัดบุรณศิริฯ เพื่อเป็นอีกทางเลือก และระบายประชาชนส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้แถวยาวล้นจุดคัดกรองแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประชาชนต่อแถว เพื่อตรวจบัตรประชาชนที่จุดคัดกรองแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละจุดจะทยอยปล่อยประชาชนเข้าพื้นที่ลานคนเมือง แต่ละจุดสลับกันประมาณจุดละ 50 คน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรอนานเกินไป และจะแบ่งเข้าเป็นรอบๆ ไม่ต่ำกว่า 800 คน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จิตอาสาก็เดินอธิบายข้อปฏิบัติ ขั้นตอนการขึ้นวางดอกไม้จันทน์ รวมถึงการเตรียมตัวต่างๆ ให้พร้อม เช่น การรวบผมของผู้หญิง การเก็บร่ม ข้อห้ามเรื่องไม้เซลฟี่ ขณะเดียวกันก็มีจิตอาสาคอยแจกน้ำหวาน น้ำดื่มอยู่เป็นระยะๆ เพื่อคลายร้อนระหว่างรอคิวเข้าพื้นที่

 

นายสิทธิพงษ์ ตรีสงค์ ครูประจำโรงเรียนบ้านบางพระ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาจากใต้ตั้งแต่คืนวันที่ 25 ตุลาคม 2560 พร้อมคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนรวมทั้งหมด 21 คน ด้วยรถไฟขบวนนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ เพื่อมาร่วมพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ซึ่งจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายในชีวิต

“คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียนรร.บ้านบางพระ ทั้งนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ชั้นประถมศึกษา รวมถึงศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านบางพระ ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ต่างเดินทางกันมาด้วยใจ เพื่อเข้าร่วมในพิธีประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และจะอยู่ร่วมพิธีจนเสร็จ จึงจะเดินทางกลับบ้าน เพราะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายในชีวิต ซึ่งหลังจากนี้ตนในฐานะครูจะนำไปบอกเล่าให้กับนักเรียน และลูกหลานฟังต่อ เพราะพระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อคนไทยมามาก นอกจากนี้ในส่วนการเดินทางและการรอเข้าคิวที่จุดคัดกรอง เจ้าหน้าที่และจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกและให้บริการเป็นอย่างดี ทั้งการให้ข้อมูลและบริการต่างๆ เด็กๆ ประถมก็มีความอดทนกัน ไม่บ่นว่าเหนื่อย” นายสิทธิพงษ์กล่าว

นางจงบล อูร์กาด ชาวจ.พิจิตร อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาจากประเทศจีน เพื่อมาร่วมพระราชพิธีฯ โดยเฉพาะ โดยมาเช่าที่พักย่านสาทรนานนับเดือน และวันนี้เดินทางออกมาตั้งแต่เวลา 7.00 น. เนื่องจากตลอดชีวิตโตมากับพระองค์ท่าน และเห็นพระองค์ท่านทำงานหนักเพื่อคนไทยมาตลอด แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม เพราะเป็นลมง่าย ก็ประเมินแล้วว่าเดินทางมายังจุดวางดอกไม้จันทน์ ตามจุดต่างๆ ตามที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้น่าจะสะดวกสุด ซึ่งสามารถแสดงความจงรักภักดีได้เช่นเดียวกัน

“หากพระองค์ท่านมองลงมาจากฟ้า ก็คงรับรู้ความรู้สึกของลูกๆ ได้ เพราะฉะนั้นจึงขอรอที่จุดวางดอกไม้จันทน์จะดีกว่า จะให้เข้าไปข้างในหรือไปนอนรอเป็นวัน สภาพร่างกายของตนไม่ไหว เป็นลมง่าย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้เล่าเรื่ิิองในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้สามีชาวฝรั่งเศสฟังมาตลอด เขาก็นำไปเล่าต่อให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ฟัง เพราะต่างชาติเขาไม่มีเหมือนกับคนไทย ที่มีีกษัตริย์ที่ทำงานหนักเพื่อประชาชน” นางจงบลกล่าว

นางสุคนธ์ณี เสือเหลือง ชาวจ.พิจิตร อายุ 41 ปี เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับพี่สาว ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวัน เพื่อมาร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์ โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่จิตอาสาว่าที่ลานคนเมือง เป็นอีกแห่งที่สะดวก สำหรับการเดินทางมาในครั้งนี้ ก็เพราะความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างในทุกๆ ด้านให้กับคนไทย ดีใจที่ได้มาวันนี้ และตื้นตันใจที่เห็นทุกคนให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon