ปชช.หลั่งไหลชมพระเมรุมาศ ยกย่องคุณค่าสูงสุดทางวัฒนธรรมไทย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันที่ 5 ของการเปิดให้เข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ประชาชนเข้าชมความงดงามสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม ภายในพระเมรุมาศและอาคารประกอบพระเมรุมาศ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งวันที่ 2-30 พฤศจิกายน ระหว่างเวลา 07.00-22.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงนั้น

วันนี้มีประชาชนจากทุกสารทิศเดินทางมาชมนิทรรศการจำนวนมาก โดยต่างนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หลายคนนั่งพับเพียบหรือนั่งคุกเข่าถ่ายรูปตามความร่วมมือขอถ่ายรูปโดยสุภาพ และเดินชมนิทรรศการ และเมื่อออกจากการชมนิทรรศการประชาชนจะได้รับแจกโปสการ์ดทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ซึ่งอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสต่างๆ มาจัดพิมพ์ 9 แบบ แจกแบบละวันกลับไปเป็นที่ระลึก ท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน

นางนภัสภรณ์ พยัคฆา อายุ 47 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาเพียงลำพังด้วยเป้าหมายว่าอยากเห็นพระเมรุมาศด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต เล่าด้วยสีหน้าปลาบปลื้มว่า ชอบการจัดแสดงทุกอย่าง เพราะสวยงามอย่างที่ไม่เคยเห็น อย่างสัตว์หิมพานต์ที่จะเห็นได้ตนคงต้องตายไปแล้วขึ้นสวรรค์เท่านั้น มาครั้งนี้จึงพยายามเก็บภาพไปฝากลูกๆ และหากมีโอกาสก็จะส่งลูกมาชมวันหลัง ทั้งนี้ ถ้าพูดถึงในหลวง ร.9 พระองค์เป็นแบบอย่างที่ดี ทรงสอนให้ใช้ชีวิตพอเพียง เป็นคำสอนที่ใช้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหน ช่วงอายุไหน หากน้อมนำไปใช้ก็จะเกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย

นภัสสรณ์

ขณะที่นางสาววรัทกาญจน์ อารยโชติพันธุ์ อายุ 36 ปี ชาวเขตจอมทอง กรุงเทพ เดินลงจากพระที่นั่งทรงธรรมทั้งน้ำตา เล่าทั้งน้ำตาซึมว่า ตนพยายามเก็บความรู้สึกแล้ว แต่พอได้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ที่ชวนรำลึกถึงพระองค์ ตั้งแต่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และงานพระบรมศพต่างๆ โดยเฉพาะเสียงเพลงที่มีเนื้อหาว่า เราภูมิใจที่เกิดในรัชกาลที่ 9 ตนก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แม้ในใจจะทราบถึงสัจธรรมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งนี้ นอกเหนือจะความโศกเศร้า ตนก็รู้สึกประทับใจนิทรรศการตั้งแต่เข้ามา พยายามเดินชมและถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งที่ประทับใจที่สุดคือพระเมรุมาศที่สร้างได้อย่างปราณีตงดงามสมพระเกียรติ สะท้อนถึงคุณค่าสูงสุดทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

วรัทกาญจน์

นางสาวอารีย์ ฉัตรภัทรโรจน์ อายุ 57 ปี ชาวเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ กล่าวว่า เมื่อได้ชมความวิจิตรตระการตาของพระเมรุมาศแล้ว น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะรู้สึกคิดถึงพระองค์มาก และคิดว่าคนไทยทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน พระเมรุมาศใช้เวลาไม่ถึงปีมีความสง่างามสมพระเกียรติ ถือเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจที่ชาวไทยได้ทำถวายแด่ในหลวง ร.9 นอกจากความสง่างามแล้ว ตนยังได้รับความรู้ต่างๆ มากมายในอาคารประกอบ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายได้ดีมาก และอำนวยความสะดวกดีมาก

อารีย์

ส่วนบรรยากาศที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเข้ากราบพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่อัญเชิญมาบรรจุใต้ฐานพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากทางวัดปิดประตูพระอุโบสถและจะเปิดในช่วงทำวัตรเย็น เวลา ประมาณ 17.00 น. อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่มาต่างไม่ถอดใจ แต่ละคนได้ก้มลงกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถแทน ก่อนที่จะเดินทางกลับ

ส่วนที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ก็มีประชาชนหลั่งไหลเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่อัญเชิญมาบรรจุอยู่ใต้ฐานพระพุทธชินสีห์ พระประธานภายในพระอุโบสถ เช่นเดียวกัน โดยวันนี้ผู้ที่เข้ากราบสักการะรอแถวไม่นานมากนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมืองดยืนถ่ายภาพในพระอุโบสถ เพราะเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพและเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

บทความก่อนหน้านี้‘อ.สุกรี’ เผยกิจกรรมไฮไลต์ฤดูกาลที่ 13 ของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิก จัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีที่ผ่านมา (คลิป)
บทความถัดไป4สะวิงไทยบุกมาเลเซียล่าแชมป์ ‘โนมูระคัพ’