บิ๊กก้องพอใจผลงานทัพไทย ยันกองทุนพัฒนากีฬาชาติพร้อมอัดฉีดความสำเร็จ

บิ๊กก้องพอใจผลงานทัพไทย ยันกองทุนพัฒนากีฬาชาติพร้อมอัดฉีดความสำเร็จ

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ในการแข่งขันของ สุดาพร สีสอนดี ที่ขึ้นเวทีชกในรอบ 8 คนสุดท้าย ไม่ได้เดินทางไปชมการแข่งขันที่สนาม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเวลาของการกักตัว 3 วัน ภายหลังเพิ่งเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามแข่งขันแมตช์นี้ ได้ชมการแข่งขันทางออนไลน์ ก็ต้องบอกว่าแต้วชกดีมาก ซึ่งก็น่าจะเอาชนะด้วยคะแนนเสียงที่ขาดกว่านี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อการตัดสินออกมาเป็นแบบนี้ เราก็ต้องเคารพในการตัดสิน

ดร.ก้องศักด กล่าวอีกว่า สำหรับโอลิมปิกเกมส์ 2020 ในภาพรวมตลอด 10 กว่าวันที่ผ่านมา นักกีฬาหลายๆคนของเราถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านี่คือ กีฬาโอลิมปิกเกมส์ อย่าง “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ก็สร้างผลงานได้ดีมาก น่าเสียดายที่ไปเจอกับมือ 1 ของโลก ในรอบ 8 คนสุดท้าย ก่อนจะแพ้ไปอย่างหวุดหวิด ส่วนนักกีฬาหลายคนในเกมนี้อายุยังน้อย และเป็นอนาคตของวงการกีฬาไทย และเราก็จะวางแผนเก็บตัวต่อเนื่องไปถึงโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสด้วย ส่วน “สด” ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี น่าเสียดายแทนเจ้าตัวที่ทำตามฝันไม่สำเร็จ อย่างก็ตาม เจ้าตัวก็ทำหน้าที่ในโอลิมปิกเกมส์ครั้งสุดท้ายได้อย่างเต็มที่และก็น่าประทับใจมากๆ แล้ว

“สำหรับนักกีฬาที่ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ในรายที่ประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าจะได้รับเงินอัดฉีดตามหลักเกณฑ์จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงจะได้รับจากสปอนเซอร์ภาคเอกชนต่างๆ อีก ส่วนในรายที่ไม่ได้คว้าเหรียญรางวัลกลับไป อย่างที่ผมเคยนำเรียนว่า พวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ของชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจากสปอนเซอร์เอกชนที่จะเข้ามาสนับสนุนเป็นการส่วนตัวตามแต่ละรายสมาคมกีฬาแล้ว ในส่วนของภาครัฐก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่จะมอบเงินรางวัลตอบแทนความมุ่งมั่น และความพยายามเพื่อเป็นรางวัลปลอบใจให้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้ระบุอยู่ในกฎ และกติกาที่ได้วางเอาไว้ เพราะฉะนั้นหากมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอย่างไร ก็จะต้องมีการประชุมและปรึกษาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้อีกครั้ง”

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า ถึงเวลานี้ นักกีฬาไทย เหลือโปรแกรมลงสนามทำการแข่งขันอีกเพียงแค่ 3 ชนิดกีฬาเท่านั้น คือ มวยสากล, กอล์ฟ และเรือแคนู ซึ่งความหวังก็มองไปที่กอล์ฟกับมวยสากล สำหรับตัวเองหากพ้นกักตัวในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ก็เตรียมพร้อมจะเดินทางไปให้กำลังใจนักกีฬาไทยด้วยตัวเองที่สนามแข่งขันในทุกกีฬาที่เหลืออยู่ รวมถึงก็จะขอสำรวจและดูระบบบริหารจัดการของเจ้าภาพ เพื่อนำเอาไปปรับใช้กับการเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชียนอินดอร์แอนด์มาเชียลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 10-19 มีนาคม 2565 ด้วย

ทั้งนี้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล ทัพนักกีฬาไทย ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่ทำผลงานคว้า 2 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้มอบเงินอัดฉีดรวมทั้งสิ้น 65 ล้านบาทให้นักกีฬาไทยรายที่ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้เห็นชอบภายหลัง อนุมัติ เงินรางวัลและเงินสนับสนุนแก่นักกีฬาที่ร่วมแข่งขันโอลิมปิก 2016 รายอื่นๆ ที่เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ครั้งนั้นเพิ่มจำนวน 48 คน ใน 17 ชนิดกีฬา คนละ 1 แสนบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4.8 ล้านบาท ซึ่งในโอลิมปิกเกมส์ 2016 กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติอัดฉีดเงินรางวัลให้นักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนั้นไปทั้งสิ้น 69.8 ล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บุคลากรทางการแพทย์ แถลง ขอบคุณทบทวนเกณฑ์ให้วัคซีนไฟเซอร์ใหม่
บทความถัดไปเช็กเลย ‘เงินเยียวยา ม.33’ เข้าแล้ววันนี้ เปิดไทม์ไลน์ 13 จว.สีแดง เข้าเมื่อไหร่