หน้าแรก Uncategorized “เพื่อไ...

“เพื่อไทย-สามมิตร”…New Political Era…ใหม่ตรงไหน?

2.07.18 | 10:43 น.

การเมืองตอนนี้ยังวนเวียนอยู่กับเรื่อง “ดึง” และ  “ดูด”  อดีตส.ส. โดยเฉพาะที่มีฐานเสียงแน่นปึ้กในพื้นที่ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยหนักในการเลือกตั้ง เพราะหากต้องหาผู้สมัครหน้าใหม่ ต้องทุ่มทุนไม่น้อย และเสี่ยงสูงที่จะชวดเก้าอี้ ส.ส.

คู่ปรับหลัก ณ ขณะนี้หนีไม่พ้นกลุ่ม “สามมิตร” นำโดย “สมศักดิ์ เทพสุทิน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-อนุชา นาคาศัย”  กับบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย

ด้วยเพราะ กลุ่ม “สามมิตร” เป็นหัวหอกของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีเป้าหมายสำคัญคือการดัน “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้นั่งเป็นนายกฯต่อ

แต่ด้วยแกนนำของกลุ่มที่จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ยังอ่อนด้อยที่จะต่อกรกับเกมการเมืองที่ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน จึงอาจเพลี่ยงพล้ำ ไม่สามารถกรุยทางให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯได้อีกครา
จึงต้องอาศัยกลุ่ม “สามมิตร” ที่พอจะมีเครือข่ายและชั้นเชิงเกมทางการเมืองเข้ามาช่วย แล้วก็ได้ผลไม่น้อย จากการเดินสายดูดอดีตส.ส.มาร่วมวง

ทำให้พรรคเพื่อไทย เป็นเดือดเป็นแค้น เพราะไม่เพียงพรรคพลังประชารัฐ ที่หนุน “บิ๊กตู่” ซึ่งเป็นคนนำเข้ามายึดอำนาจรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย แถมยังมาเจาะยางดูดอดีตส.ส.ของพรรคไปด้วย
ขณะที่พรรคเพื่อไทยในสภาพขาดหัวเรือใหญ่ก็ระส่ำระสายอยู่แล้ว จึงไม่อาจอยู่เฉยได้ ต้องพึ่งบารมีของ “ทักษิณ ชินวัตร” ส่งสัญญาณ เพื่อดึงอดีตส.ส.ให้อยู่กับพรรคต่อไป

Advertisement

ขณะเดียวกันต้องออกมาโจมตีถล่ม กลุ่ม “สามมิตร” ว่ามีการใช้เงินใช้ทองก้อนโต เพื่อล่อใจอดีตส.ส. แถมยังใช้เรื่องคดีความของอดีตส.ส.บางคนมาต่อรอง รวมทั้งไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจสอบเอาผิดที่ส่อว่าจะขัดกับกฎหมายพรรคการเมือง

ทางกลุ่ม “สามมิตร” ที่นิ่งไปสักพักก็เริ่มออกมาตอบโต้แกนนำพรรคเพื่อไทยบ้างว่าเมื่อก่อนก็เป็นพรรคจอมดูด และยืนยันว่าไม่มีการทุ่มเงินซื้อตัวอดีตส.ส.มาร่วมก๊วน

นี่เป็นแค่ออร์เดิร์ฟ ในสงครามน้ำลายการเมือง หากยิ่งใกล้วันเลือกตั้งจะดุเดือดกว่านี้แน่ ซึ่งเป็นวังวนเดิมๆ ของการเมืองไทย

จึงสงสัยว่า ที่”บิ๊กตู่”ให้สัมภาษณ์กับ”ไทม์” ถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่าเป็นยุคใหม่ของการเมืองไทย ที่กำลังมี “New Political Era” นั้น…มันใหม่ตรงไหน