หน้าแรก Uncategorized อำนาจ 3 ขั้ว ...

อำนาจ 3 ขั้ว โดย นฤตย์ เสกธีระ

12.04.16 | 16:15 น.
แฟ้มภาพ

สิ่งที่พึงพอใจในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้คือความชัดเจน

แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์เช่นไร แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำประชามติ

ทุกอย่างก็แบไต๋..เปิดเผย

เริ่มจากร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดวิธีการเลือกตั้ง ส.ส. โดยทุกคนมองออกว่าเกิดพรรคใหญ่เสียงข้างมากในสภาได้ยาก

ขั้วอำนาจ ส.ส.จึงมีโอกาสแตกยิบย่อย แบ่งเป็นพรรค แบ่งเป็นก๊ก

Advertisement

กระทั่งนักการเมืองมองว่าทำให้รัฐบาลอ่อนแอ

นอกจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงให้อำนาจองค์กรอิสระอย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.

หรืออาจจะมองรวมไปถึง สตง. และผู้ตรวจการแผ่นดินด้วยก็ได้

ร่างรัฐธรรมนูญที่นำเสนอจึงแตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540

เนื่องเพราะรัฐธรรมนูญ 2540 เน้นขั้วอำนาจฝ่ายบริหาร แต่ขณะเดียวกันก็สร้างขั้วอำนาจฝ่ายตรวจสอบ

จึงเกิดเป็นพลังของพรรคการเมืองใหญ่ที่ได้รับเลือกตั้ง และเกิดองค์กรอิสระต่างๆ ขึ้นมา

แม้สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พลังฝ่ายการเมืองจะลดลงไป

แต่องค์กรอิสระยังทรงอำนาจอยู่

ความชัดเจนของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะเมื่อ กรธ.ส่งร่างแรกให้แม่น้ำ 5 สายแก้ไขปรับปรุง

คสช.ก็เสนอให้แก้ไขปรับปรุง โดยเน้นย้ำที่บทเฉพาะกาล

กำหนดให้จัดระบบที่มาและกำหนดจำนวน ส.ว.ใหม่

กำหนดให้ ส.ว.มีจำนวน 250 คน ขณะที่ ส.ส.มีจำนวน 500 คน

ที่สำคัญคือ ส.ว.จำนวน 250 คนนี้ สืบสาวกลับไปยังที่มาพบว่า คสช.เป็นผู้มีอำนาจเลือก

เท่านี้ขั้วอำนาจที่ 3 ของรัฐธรรมนูญก็ปรากฏให้เห็น

แต่ความชัดเจนยังไม่หมดแค่นั้น เพราะ สปท.และ สนช.ก็ใช้สิทธิตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ

ขอตั้งคำถามพ่วงประชามติไปพร้อมๆ กับร่างรัฐธรรมนูญ

คำถามที่ สปท.ชง และ สนช.สนับสนุนคือ การเพิ่มอำนาจให้ ส.ว.มากขึ้น

เพิ่มอำนาจให้ ส.ว.มีส่วนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย

อย่าลืมว่า ส.ว.ได้มาจากการสรรหา อย่าลืมว่าผู้สรรหา และคัดเลือก คือ คสช.

ดังนั้น คำถามพ่วงประชามตินี้ เท่ากับติดเขี้ยวเล็บให้กับ ส.ว.

หรืออาจจะคิดเลยเถิดไปได้ว่า ติดเขี้ยวเล็บให้ คสช.หลังประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อรวมกับคำถามพ่วง จึงทำให้มองเห็นอำนาจ 3 ขั้ว

อำนาจ ส.ส. อำนาจองค์กรอิสระ และอำนาจ ส.ว.

อำนาจ ส.ส.ที่ได้จากการเลือกตั้ง อำนาจ ส.ว.ที่ได้จากการสรรหา และอำนาจขององค์กรอิสระ

ในบรรดา 3 ขั้วที่ปรากฏ มองผ่านๆ ก็แลเห็นว่า อำนาจที่เป็นปึกแผ่นคือ ส.ว.

หากมองการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของ สนช. การโหวตชงคำถามพ่วงของ สปท.

การโหวตตั้งคำถามเหมือนกับที่ สปท.ชงของ สนช.

และดูจำนวน ส.ว.คือ 250 คนแล้ว…

อนุมานได้ว่ากลุ่มพลังที่มีเสียงมากที่สุดในสภาหลังเลือกตั้งคือ ส.ว.

แต่ทั้ง ส.ว.และ ส.ส.หากโดนร้องเรียนไปยังองค์กรอิสระ

ขั้วอำนาจจากองค์กรอิสระก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องทันที

การจัดสรรอำนาจ 3 ขั้วแบบนี้จะมีผู้ขานรับหรือปฏิเสธ

คงต้องรอผลวันที่ 7 สิงหาคม

แม้วันนี้พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ นปช. เริ่มแสดงท่าทีแล้ว

แต่คนที่จะตัดสินยังคงเป็นคนส่วนใหญ่

นั่นคือ ประชาชนที่ไปลงประชามติ

และเมื่อถึงวันนั้นนั่นแหละถึงจะได้รู้ว่าประชาชนตอบรับ หรือปฏิเสธ