ภายหลังความสำเร็จของการกู้ภัยเพื่อช่วยชีวิตเยาวชนนักกีฬาฟุตบอล และผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 13 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ก่อให้เกิดความตื่นตัวจากหลายภาคส่วน ที่จะนำมาเป็น “กรณีศึกษา” และ “ถอดบทเรียน” เพื่อแสวงหาแนวทางแห่งการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติภัยในอนาคต
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสภาพการณ์ที่เยาวชนและผู้ช่วยโค้ชต้องเผชิญ ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกและเป็นประวัติศาสตร์ของโลก ที่ถือได้ว่าเป็นครั้งที่หิน และหฤโหดที่สุดสำหรับผู้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย
อุบัติภัยที่เคยเกิดขึ้นในโลกนี้รวมทั้งประเทศไทย ล้วนแล้วแต่มีที่มาในลักษณะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของมนุษย์ หรือภัยที่มาจากธรรมชาติ จากสภาวการณ์ที่ปรากฏจะพบว่าในแต่ละพื้นที่และภูมิสังคมตลอดจนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม จากปรากฏการณ์ที่ถ้ำหลวงจะพบว่าปัญหาที่ทำให้ผู้ปฏิบัติการต้องระดมบุคลากรและนวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ที่หลากหลายจากทั่วสารทิศ ก็เพราะด้วยสภาวการณ์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่นำมาซึ่งความยากลำบาก และสร้างความกดดันให้กับผู้ปฏิบัติการเป็นอย่างยิ่ง
จากสภาวะและปรากฏการณ์อันนำมาซึ่งการติดถ้ำของ 13 ชีวิต ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกและครั้งสำคัญ ซึ่งจำเป็นอยู่ที่สังคมไทยและสังคมโลกจะได้นำไปเป็นกรณีศึกษา เพื่อถอดบทเรียนสำหรับการแสวงหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขแห่งอนาคต
รัฐบาลในฐานะเป็นผู้มีอำนาจและบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาประเทศคงจะเป็นต้นทาง และเจ้าภาพ ที่จะขับเคลื่อนมิติแห่งการถอดบทเรียน เพื่อศึกษาค้นคว้าในการได้มาซึ่งแนวทางแห่งการป้องกันและแก้ไข โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ
นอกจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการเป็นเจ้าภาพเพื่อถอดบทเรียนแล้ว “กระทรวงศึกษาธิการ” ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการสร้าง และพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ควรจะใช้โอกาสและความร้อนแรงแห่งกระแสนี้
นำไปเป็นพันธกิจเพื่อดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนนวัตกรรมต่างๆ ให้เยาวชนได้มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดคิด โดยมีสถานศึกษา ครู-อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาทุกภาคส่วนทุกระดับร่วมเป็นฟันเฟืองเพื่อการสานต่อ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่จะนำไปสู่การถอดบทเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดและบรรลุตามเป้าประสงค์ สามารถนำไปสู่การบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล การใช้บริบทและองค์ความรู้มาเป็นแนวคิดสำหรับการแสวงหาช่องทาง
ด้วยความสำคัญดังกล่าว จำเป็นอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือสถานศึกษาในฐานะเจ้าภาพ หรือผู้มีหน้าที่ในการดำเนินการจะต้องเปิดเวทีระดมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์ตรงจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน ตลอดจนจิตอาสาทั้งในและต่างประเทศ
ที่สำคัญ ยิ่งก่อนเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจะต้องทบทวนและถอดบทเรียนตนเอง เพื่อการค้นหาให้พบถึงจุดอ่อนและจุดแข็งสำหรับแนวทางการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ว่าที่ผ่านมาบรรลุเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน
ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการถือได้ว่าเป็นกระทรวงเกรด A ที่อุดมไปด้วยนักบริหาร และนักวิชาการมือระดับเซียนเรียกพี่ แต่ในหลากหลายมิติของการดำเนินการ ไม่สามารถสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเชิงประจักษ์ต่อสังคมได้ โดยเฉพาะการจัดทำ หรือยกร่างหลักสูตรสาระการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานถึงระดับอุดมศึกษา ที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของโลกได้มากนัก
วันนี้ หนึ่งในสาระการเรียนรู้ที่กระทรวงศึกษาธิการสามารถดำเนินการนำไปสู่การถอดบทเรียนได้ทันที และสามารถบูรณาการร่วมกับรายวิชาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี คือการนำเอาสาระการเรียนรู้ในรายวิชาลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาดซึ่งมีการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมารองรับการดำเนินการ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาดเป็นกิจกรรมที่เปี่ยมล้นไปด้วยสาระแห่งทักษะของการดำเนินชีวิตสำหรับเด็กและเยาวชนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญโรงเรียนทั่วประเทศต่างมีครูที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บังคับบัญชาขั้นพื้นฐาน (BTC) และขั้นสูง (ATC) อยู่เป็นจำนวนมาก
การตระหนักและให้ความสำคัญด้วยการยกระดับกิจการลูกเสือในสถานศึกษาให้เฟื่องฟูดังในอดีต เพื่อเป็นต้นทางในหนึ่งมิติของการถอดบทเรียนอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ถ้ำหลวง จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ควรมองข้าม
ในขณะที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรม อันเนื่องมาจากผู้คนในหลากหลายสาขาอาชีพ หนึ่งในสาระแห่งการถอดบทเรียนที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม และควรบ่มเพาะให้กับเยาวชนของชาติมากที่สุดในประการ ต่อมาคือเรื่องคุณธรรม และความมีน้ำใจ
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าจากปรากฏการณ์ที่ถ้ำหลวงครั้งนี้ คำว่า “จิตอาสา” ผู้ปิดทองหลังพระ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยอุดมการณ์ และวิญญาณของการเสียสละจากทุกภาคส่วน ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเสียสละของจ่าแซม น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลราชนาวีไทย ที่แสดงออกให้เห็นถึงการอุทิศตนเพื่อการเสียสละ น่าจะเป็นอีกหนึ่งในมิติที่สามารถนำมาสู่การถ่ายทอดผ่านนักเรียน นักศึกษา และให้ถือว่าคุณธรรมด้านจิตอาสาและการเสียสละเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการถอดบทเรียน
เพื่อให้การถอดบทเรียนสำหรับการแสวงหาช่องทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากกรณีปรากฏการณ์ถ้ำหลวง จะได้เป็นต้นแบบและนวัตกรรมที่สำคัญ และอยู่คู่กับสังคมไทยสืบไปอย่างยั่งยืน รัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนสถานศึกษา ในฐานะองค์กรเพื่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ จะต้องดำเนินการและแสดงให้เห็นในเชิงประจักษ์ถึงการทุ่มเทด้วยความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง และจริงใจ
ไม่ใช่เพียงแค่กระแสเพื่อจุดประกายในระยะเวลาอันสั้น ดังที่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อนหน้านี้

