“สงขลามีขยะตกค้างมากที่สุดของประเทศไทย 2 ล้านตัน” เป็นคำยืนยันของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จนทำให้หลายฝ่ายตกใจ เพราะเป็นหัวเมืองหลักภาคใต้ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษา การคมนาคม และอุตสาหกรรม
จากการลงสำรวจของหลายหน่วยงานต้องยอมรับความเป็นจริง พบว่าขยะมูลฝอยที่กำจัดไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ 30 แห่ง ใน 11 อำเภอ มี อ.เมือง หาดใหญ่ ควนเนียง จะนะ เทพา นาทวี ระโนด สทิงพระ สะเดาและ อ.สะบ้าย้อย ประมาณ 2 ล้านตันจริง และกำลังสร้างปัญหาทางมลพิษอยู่ และแนวโน้มของปริมาณขยะตกค้างเพิ่มมากขึ้น กระทบกับสภาพแวดล้อมกว้างขึ้น โดย “ปริมาณขยะสะสมเดิมคิดเป็นลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ในเขต ทน.สงขลา 328,227 ทน.หาดใหญ่ 375,241 ทม.สะเดา 178,528 ทต.นาทวี 84,414 ทม.ควนลัง 142,665 ทต.ควนเนียง 11,689 ทต.จะนะ 17,298 ทต.ลำไพล 10,666 ทต.กำแพงเพชร 16,197 ทต.ปริก 45,541 ทต.ระโนด 10,073 ทต.สะบ้าย้อย 14,212 ทม.ทุ่งตำเสา 6,024 ทต.นาทับ 6,111 อบต.สะกอม 7,273 อบต.ท่าม่วง 7,321 ทต.บ่อตรุ 5,768 ทม.กำแพงเพชร 5,476 ทต.สทิงพระ 4,760 อบต.คูขุด 3,577 อบต.ควนรู 6,840 ทต.นาสีทอง 3,912 ”
“อบต.เขาพระ 2,690 อบต.ปลักหนู 2,036 อบต.วังใหญ่ 6,553 ทต.เทพา 7,806 อบต.สะพานไม้แก่น 2,000 และ อบต.คลองเปียะ 1,305 รวม2,314,213 ลบ.ม. ปริมาณวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช่ใหม่ 657,106 ลบ.ม.ที่นำไปฝังกลบแบบถูกหลัดวิชาการ 657,106 ลบ.ม.” ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่มีศักยภาพพอในการจัดการ ด้วยขีดจำกัดของงบประมาณและพื้นที่ จึงกำจัดตามยถากรรม รถขนไปกองทิ้งหรืออย่างดีขุดหลุมฝัง สร้างปัญหากับสิ่งแวดล้อมไม่จบสิ้น อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมืองสงขลากลายเมืองขยะโดยไม่ตั้งใจ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เห็นชอบ Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย จึงกำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน ให้กำจัดขยะมูลฝอยตกค้างสะสมในสถานที่กำจัด สร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสม(ขยะมูลฝอยใหม่) วางระเบียบมาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายและสร้างวินัยของคนในชาติ มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน และได้มอบหมายให้หน่วยงานในภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอย 2558 เพื่อให้จังหวัดใช่เป็นกรอบการจัดทำโครงการกำจัดขยะมูลฝอย ภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัดขึ้น ตามแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอย จ.สงขลา สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 ประสานให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เป็นหน่วยงานหลัก ในการเสนอโครงการต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ 28 แห่ง ใน 11 อำเภอ 481 ล้านบาท
นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า อบจ.อาสาเข้ามารับภารกิจนี้ เนื่องจากเกินศักยภาพที่ อปท.เล็กๆ ดำเนินการได้ ได้จัดทำแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยระยะ 5 ปี โดยมี 4 ยุทธศาสตร์คือ การกจัดขยะมูลฝอยตกค้างในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย สร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย วางระเบียบมาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และสร้างวินัยของคนในชุมชน เพื่อมุ่งสู่งการจัดการขยะที่ยั่งยืน
“ปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนแล้ว แก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยตกค้างและสะสมในพื้นที่จังหวัดสงขลา นำไปสู่การพัฒนาเป็นสวนสาธารณะและคุณภาพชีวิตของประชาชน”


