ด้วยคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันจันทร์ที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า “…ผมสนใจงานการเมือง เพราะผมรักประเทศชาติ…”
เป็นการประกาศให้รู้ว่า พร้อมจะให้พรรคเสียงข้างมากส่งประกวดเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ในการเลือกตั้งที่วางกรอบไว้อีก 5 เดือนข้างหน้านี้ ไม่ช้าไม่นาน…..
เพียงเท่านี้ ปรอทการเมืองก็พุ่งขึ้นไต่ระดับ แต่ถ้าย้อนกลับไป 5 เดือนก่อนหน้านี้ หรือเมื่อ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเหมือนไร้ทีท่าที่จะเป็นนักการเมือง คราวนั้น นักข่าวถามความเห็นกรณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายกฯแสดงความชัดเจนทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามกลับมาว่า “ชัดเจนเรื่องอะไร จะให้เปิดอย่างไร”
นักข่าวถามอีกว่าให้แสดงความชัดเจนถึงการประกาศเล่นการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า “พอแล้วๆ ผมไม่ได้เล่นการเมือง ถ้าเล่นการเมือง ผมก็ต้องไปเลือกตั้ง เป็น ส.ส. แล้วมันจะเป็นได้หรือไม่เล่า เป็นไปไม่ได้”
นักข่าวรุกถามต่อว่า ในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ มองสถานการณ์การเมืองอยากจะเข้าไปอยู่ในลักษณะรูปแบบนักการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า “อย่าถามว่าอยากหรือไม่อยาก แต่ถ้าถามว่าอยากไหมก็ต้องตอบว่าไม่อยาก แต่ถามว่ามันมีความจำเป็นอะไรหรือไม่ มันก็เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องของประชาชนกำหนด ไม่ใช่ว่าอะไรก็นักการเมืองคิดกันเอง ผมไม่เคยมองว่าตัวเองสำคัญกว่าใครหรือเก่งกว่าใคร ไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่เป็นเรื่องของประชาชนจะว่าอย่างไรก็ว่ามา ว่าเขาต้องการอะไร”
ถามว่า แล้วคิดว่าสถานการณ์วันนี้นายกฯมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รู้ยังตอบไม่ได้ ต้องไปรอเดือนมิถุนาไปแล้วโน่น ไป จบ รอเดือนมิถุนา ก็แล้วกันจ๊ะ”
แต่เมื่อได้ไล่วันและเดือนกลับไปเมื่อ 3 ม.ค.2561 หรือ 9 เดือนก่อน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกของปี 2561 พูดถึงการอยากเป็น “นักการเมือง” เต็มปากเต็มคำครั้งแรกว่า “…วันนี้ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะผมไม่ใช่ทหาร เข้าใจไหม เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร มันก็ติดนิสัยทหารอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดคือประชาชน และไม่ใช่ประชาชนของผม แต่เป็นประชาชนของประเทศไทย และไม่ใช่ของพรรคไหน ทุกคนเป็นพลเมืองไทย…”
น่าสังเกตถึง “ท่าที” ที่มีลำดับ “เวลา” เพราะเมื่อย้อนกลับไปมากกว่านั้น ในช่วงก่อนปี 2559 หรือนับตั้งแต่ สนช.มีมติโหวตให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เว็บไซต์ “บีบีซีไทย” ได้รวบรวมวาทกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อ 4 ม.ค.61 ที่บอกทำนองนี้อยู่เสมอว่า “ผมไม่ใช่นักการเมือง” นับได้ถึง 9 ครั้งด้วยกัน เป็นการปัดอย่างไม่ใยดี อย่างไม่ลังเลใดๆ ราวกับภาพของตนเองที่จะเป็น “นักการเมือง” ไม่เคยอยู่ในความคิดแต่อย่างใด
เมื่อฉายภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาที่ ณ ปัจจุบัน อีกครั้ง พูดเมื่อ 25 ก.ย. 2561 ที่ว่า “ผมสนใจงานการเมือง” แล้วได้พูดต่อไปว่า “…แต่การที่ผมจะตัดสินใจอย่างไร จะสนับสนุนใคร มันเป็นเรื่องอีกระยะหนึ่ง ผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง แต่วันนี้ผมสนใจการเมือง เพราะผมสนใจในสิ่งที่ผมทำลงไปว่าไปถึงไหนอย่างไร วันข้างหน้าจะได้รับการสืบสานต่อไปหรือไม่ ผมจะติดตามรับฟังจากบรรดากลุ่มการเมือง พรรคการเมือง นักการเมืองต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้”
ต้องจับตากันต่อไปอีก 5 เดือนข้างหน้าหรือจนถึงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ย่อมต้องเป็น “ผู้เล่น” ในระนาบเดียวกับผู้เล่นพรรคอื่นๆ แต่ด้วยเพราะทีมงานทั้งรัฐบาลและคสช.ที่คอยกลั่นกรอง “สถานการณ์” ให้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่า เมื่อลงกรำศึกเลือกตั้งแล้ว “หากคิดจะชนะศึกใหญ่ ต้องเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ มิใช่ถูกควบคุมโดยฝ่ายตรงข้าม”
ดังนั้น หากเข้าสู่ พ.ศ.ใหม่ ในปี 2562 ยังมีห้วงเวลาให้ “เปลี่ยนใจ” ได้อีก เป็นการตัดสินใจใหม่ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

