กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ต้องออกมา”แสดงความเสียใจและขอโทษ” ชาวจีน กรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ระงับเหตุสนามบินดอนเมืองตบหน้านักท่องเที่ยวชายชาวจีน
มีการเผยแพร่คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลนในประเทศจีนจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน
เป็นการออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษของ“บิ๊กตู่” เป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้นับจากเหตุเรือล่มในทะเลที่จ.ภูเก็ต ช่วงเดือนกรกฎาคม ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 47 ราย
อย่างที่รู้กันดีว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของการท่องเที่ยวไทย เมื่อเกิดเหตุที่อ่อนไหวระดับผู้นำประเทศต้องออกโรงเอง
ป้องกันไม่ให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนลดฮวบลงอีกนับจากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต
เพราะจากข้อมูลของททท.น่าตกใจว่ายอดนักท่องเที่ยวจีนในไทยในเดือนสิงหาคม มีจำนวน 867,461 คน ลดลงถึง 11% ช่วงเดียวกับปีก่อน
ส่วน 7เดือนแรกของปีนี้มี นักท่องเที่ยวจีน 6.86 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21.44% รายได้รวม 371,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.86%
การออกมาขอโทษของ”บิ๊กตู่” ช่วยได้ระดับหนึ่งที่แสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำประเทศ
แต่ยังมีประเด็นที่ทั้งบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ที่กำกับดูแลสนามบินดอนเมือง และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ต้องสร้างความชัดเจนแก่นักท่องเที่ยวจีน
โดยเฉพาะเรื่องที่นักท่องเที่ยวจีนรายนี้ออกมาแฉกับสื่อในประเทศจีนว่า ไม่พอใจที่มีการเรียกเก็บเงินค่าทิปเพิ่มอีก 300 บาทจาก 2,000บาท ในการทำวีซ่าช่องทางพิเศษ หรือ Fast track ในการขอVisa on Arrival
การเรียกเก็บเงินเพิ่มในส่วนนี้ไม่มีการออกใบเสร็จแก่ให้นักท่องเที่ยว
ปัจจุบันมี 20 ประเทศที่รัฐบาลไทยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยสามารถมาขอวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ได้เลยทันทีที่เดินทางมาถึงหรือ Visa on Arrival
เป็นที่รู้กันภายในของจนท.ว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นเป้าหมายหลักของการเก็บค่าทิปหรือค่าต๋ง และไกด์เองก็จะแจ้งและทำความเข้าใจลูกทัวร์มาแล้ว คนที่มากับทัวร์จึงไม่มีปัญหาในการจ่ายเงินค่าต๋ง ส่วนคนที่เดินทางมาเที่ยวเองจะไม่เข้าใจจึงเกิดปัญหาและไม่ยอมจ่าย
“คนที่ไม่ยอมจ่ายจะมีความยุ่งยาก จนท.สอบถามเอกสารข้อมูลต่างๆ ทั้งที่อยู่ เงินสดที่นำพกติดตัวมา เป็นการบีบให้จ่ายเงินเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวก “
ส่วนเรตการเก็บนั้นอาจขึ้นอยู่กับแต่ละสนามบิน บางแห่งอาจเก็บ 150 บาท บางแห่ง 300 บาท จนท.แต่ละคนจะต้องแจ้งยอดการจัดเก็บในแต่ละวัน เงินส่วนนี้ครึ่งหนึ่งจะถูกนำส่งให้”นาย”
ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยประมาณ10 กว่าล้านคน หากทุกคนจ่ายเงินค่าทิป จะสูง300กว่าล้านบาท
เหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงแค่ไหน แล้วเงินส่วนนี้ตกไปอยู่ในกระเป๋าใครกัน
ทั้งกรณี การเก็บค่าต๋ง และจนท.ทำร้ายนักท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน และมีผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยตรง
จึงเป็นปัญหาที่จะต้องเร่งสะสางอย่างจริงจัง

