ครูบาอาจารย์ รวมทั้งผู้บริหารบางคนบางกลุ่มในบางมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ พากันภาคภูมิใจความเป็นไทยด้วยเครื่องแต่งตัว
จึงร่วมกันทำโครงการสืบสานการแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยชวนนิสิตนักศึกษาแต่งไปมหาวิทยาลัยทุกวันพุธด้วยผ้าไหม ผ้าฝ้าย ฯลฯ แล้วถ่ายรูปทำเซลฟี่ขึ้นโซเชียลเป็นที่ชื่นชมสมคะเนว่ารักความเป็นไทยนักหนา
แสดงตนเป็นอภิชนเหนือคนอื่นที่ไม่แต่งตามด้วยผ้าไทย
ผ้าฝ้าย มีผู้รู้เคยศึกษาวิจัยจากหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี พบว่าเป็นผ้าพื้นเมืองอุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว ส่วนผ้าไหมพบบางแห่งเท่านั้น ไม่ทั่วไป
แต่เทคโนโลยีการทอผ้าน่าจะรับจากที่อื่น เช่น จีนและอินเดีย
เพราะตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี พบว่าหญิงชายพื้นเมืองดั้งเดิมของอาเซียนในอุษาคเนย์ไม่นุ่งผ้า อาจนุ่งเปลือกไม้หรือใบไม้ ใช้รัดหุ้มอวัยวะเพศแค่นั้น (นักวิชาการบางคนเคยบอกว่าเหมือนคนยุคนี้นุ่งจีสตริง)
มีตำนานนิทานพื้นเมือง เล่าว่าพ่อค้านักผจญภัยจากดินแดนห่างไกล ลงเรือไปทางทะเลสมุทรถึงที่แห่งหนึ่ง พบหัวหน้าเผ่าคนพื้นเมืองเป็นผู้หญิง นุ่งใบมะพร้าว จึงเรียกชื่ออย่างดูถูกด้วยภาษาของตนว่านางนาค แล้วหาผ้านุ่งให้ที่มีมาด้วย นางจึงมีผ้านุ่งตั้งแต่นั้น
[คำว่า นาค เป็นภาษาตระกูลอินโด-ยุโรป แปลว่า เปลือย ฉะนั้น นางนาค จึงแปลว่า นางเปลือย หรือนางแก้ผ้า]
ผ้าไทย ชุดไทย เป็นสิ่งสมมุติขึ้นสมัยหลังอย่างตีขลุม หรือโมเมเหมาๆ กันเองตามกระแสชาตินิยม โดยไม่มีงานค้นคว้าวิจัยอย่างมีระบบในสากลตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี
เครื่องแบบนักเรียน นิสิต นักศึกษาในไทย ก็เพิ่งสร้างขึ้นด้วยอำนาจเผด็จการทหารเมื่อไม่นานมานี้
ควรยกเลิกเครื่องแบบนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อให้ดีอย่างยิ่งต่ออนาคตของไทยโดยรวม และแสดงให้เห็นกึ๋นของครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัย
แล้วเปิดเสรีอย่างเสมอหน้า สมความเป็นไทยแท้จริง (ไทย แปลว่า อิสระ, เสรี)
ใครอยากแต่งตัวแสดงความเป็นคนปกติธรรมดาด้วยผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือผ้าวิเศษอะไรก็ตามแต่ใจปรารถนา
โดยไม่ต้องแสดงตนเป็นอภิชนเบียดเบียนคนอื่นที่แตกต่างแต่งด้วยผ้ายีนส์

