หน้าแรก Uncategorized เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : จะเลือก‘ผู้นำ’แบบไหน

5.12.18 | 13:00 น.

ไม่แน่ใจว่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 60-70 ปีมาแล้วนี่เคยมีหรือไม่

นักการเมืองหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อีคิว (EQ) บกพร่อง ปากไว ใช้ภาษาถ่อย ผรุสวาทออกสื่อสู่สาธารณะบ่อยๆ

แทบจะไม่ปรากฏว่ามีนักการเมือง ผู้นำหน่วยงานรัฐ ผู้นำภาคเอกชนคนไหนที่ใช้ภาษากักขฬะหยาบคาย

ด้านหนึ่ง อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้น มีการศึกษา รู้จักใช้ภาษาได้ถูกสถานที่ ถูกเวลา ถูกกลุ่ม ถูกเรื่อง กับอีกด้านหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะกว่าจะขึ้นมาเป็น “ผู้นำ” องค์กร คนเหล่านั้นต้องผ่านประสบการณ์มาพอสมควร จนมีความเข้าใจปรากฏการณ์ หรือวิกฤตการณ์ และรู้วิธีรับมือที่เหมาะสม ไม่ใช้อารมณ์เข้าปะทะ

“ความเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัว” จะทำให้มีความหยั่งรู้ เข้าใจในความรู้สึกของผู้อื่น รู้จักที่จะพูด รู้จักตอบข้อซักถาม อธิบายความให้กระจ่างด้วยเหตุผล ชักจูงโน้มน้าวผู้คนด้วยปัญญา

Advertisement

มีคำกล่าวว่า “อำนาจทางศีลธรรม” สำคัญกว่าและเหนือกว่า “อำนาจตามตำแหน่ง”

สถานะของ “ผู้นำ” จึงเหมือนเหรียญ 2 ด้าน ที่ด้านหนึ่ง ความเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัวตน ฝังอยู่ในนิสัย สถิตในจิตวิญญาณ และเป็นการสร้างขึ้นมาเอง จึงมีท่วงท่า มีความคิด มีที่มาน่าค้นหา เป็นผู้นำที่นำหน้าอย่างสง่าผ่าเผย ไม่เคยยืนแอบอยู่หลัง

ส่วนอีกด้านคือ ความเป็นผู้นำตามตำแหน่ง มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งบางครั้งก็วิ่งเต้นได้

จึงไม่แน่ว่า “ผู้นำโดยตำแหน่ง” จะดีหรือร้าย

แต่การเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี เป็น “โอกาส” ที่ประชาชนจะได้ใช้ “อำนาจ” ในการเลือกผู้แทนให้ไป “ทำหน้าที่แทน” ร่วมกันเลือก “ผู้นำฝ่ายบริหาร”

นักการเมืองต้องเป็นคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีสติปัญญา ไม่ใช่คนหยาบ ไม่ใช่คนถ่อย คนขี้ขลาด คนป่วย คนมีปัญหาทางอารมณ์ ใจคอไม่มั่นคง หวาดหวั่น อ่อนไหว เอาตัวรอด โทษแต่ผู้อื่นคนอื่น

ทุกเรื่องเริ่มที่ “ผู้นำทางการเมือง”

“แบบอย่างที่ดีที่สุด” ต้องอยู่ที่การเมือง

การเมืองที่พัฒนามั่นคงแล้ว จะนำไปสู่การพัฒนาในทุกเรื่อง การเมืองนำการทหาร นำการศึกษา นำการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ

การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมจะสร้าง “วัฒนธรรมทางการเมือง” ที่ดีในการคัดสรรผู้นำทางการเมืองที่โน้มตัว ก้มหัว อ่อนน้อมเข้าหาประชาชน ไม่ใช่ไอ้กุ๊ย ไอ้กร่าง !?!!