นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานกสทช. ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 2 ปี โดยจะดำเนินการศึกษา ทดสอบ และตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ ระบบ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G ได้แก่ อุปกรณ์เชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) ระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล บิ๊กดาต้า ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ และระบบสาธารณสุขทางไกล เป็นต้น โดยจะใช้คลื่นความถี่ช่วง 26000-28000 เมกะเฮิรตซ์ ในการทดสอบ
นายฐากร กล่าวว่า คาดว่า การจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G จะใช้งบประมาณ 40-50 ล้านบาท โดยจะใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ของสำนักงานกสทช. ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลาการทดสอบ 2 ปี โดยศูนย์ทดสอบ 5G จะนำร่องปรับใช้กับระบบการแพทย์ทางไกล รักษา 4 โรคหลัก ได้แก่ โรคตา โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคผิวหนัง เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่ต้องสัมผัสร่างกายโดยตรงก็สามารถวินิจฉัยได้ อีกทั้ง พบว่า 70-80% ของผู้ป่วยที่รอพบแพทย์ เป็นผู้ป่วยในกลุ่ม 4 โรคดังกล่าว ซึ่งการนำเทคโนโลยี 5G เข้ามาปรับใช้ จะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย และลดความหนาแน่นของผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้

นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า โครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศและช่วยให้สังคมไทยได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G อย่างทั่วถึง ซึ่งนอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมีบทบาทในการสร้างบุคลากรเพื่ออนาคตของประเทศแล้ว ยังมุ่งมั่นที่จะวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ของสังคม สอดคล้องกับการพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะของมหาวิทยาลัย (สมาร์ท ยูนิเวอร์ซิตี้) และการบูรณาการศาสตร์กับภาคส่วนต่างๆ ของสังคม
นายบัณฑิต กล่าวว่า ในอนาคต 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในด้านการแพทย์ทางไกล และการดูแลรักษาพยาบาลระยะไกลมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีความเร็ว ลดเวลาดีเลย์ในการสื่อสาร โดยที่ผ่านมามหาวิทยาลัย ได้เริ่มต้นการใช้งานระบบการแพทย์ทางไกลกับบุคลากรแล้ว ซึ่งการนำเทคโนโลยี 5G เข้ามาใช้จะช่วยให้มหาวิทยาลัย ขยายการใช้งานระบบการแพทย์ทางไกลไปยังกลุ่มบุคคลทั่วไปในวงกว้างมากขึ้น โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวางแผนว่า จะใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์ทดสอบ เชื่อมโยงกับพื้นที่สยาม และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ศูนย์ทดสอบนี้จะทำหน้าที่เป็นเวทีกลางในการทดสอบทดลอง 5G รูปแบบเปิดโดยความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานวิจัยของรัฐ เพื่อพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ของประเทศเกี่ยวกับ 5G ทั้งนี้ ศูนย์จะมีบทบาทสามด้านคือ การทดสอบทดลองและวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี การพัฒนา และทดสอบรูปแบบการใช้งาน และการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง” นายบัณฑิต กล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


