หน้าแรก Uncategorized ชงไอเดีย สกัด...

ชงไอเดีย สกัดเจ็บ-ตาย ณ’จุดตัดรถไฟ’

8.05.16 | 12:00 น.

อุบัติเหตุระหว่างรถไฟชนรถยนต์ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดขบวนรถไฟนำเที่ยวที่ 911 กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์ ขณะวิ่งให้บริการไปถึงเสาโทรเลขที่ 198/1-2 ในย่านสถานีห้วยทรายเหนือ จังหวัดเพชรบุรี ได้ชนเข้ากับรถยนต์ที่กำลังวิ่งผ่านทางรถไฟ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าไม่ห่างจากครั้งก่อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมามากนัก ครั้งนั้นเป็นรถไฟนำเที่ยวขบวนที่ 909 กรุงเทพฯ-น้ำตก (กาญจนบุรี) ชนกับรถบัสนำเที่ยว 2 ชั้น บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ถนนทางเข้าวัดงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถี่ยิบ ทำเอาหลายคนเริ่มหันมาสนใจกับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณจุดตัดระหว่างรถไฟกับถนนมากขึ้น เพราะเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าการขับรถผ่านถนนที่เป็นจุดตัดกับทางรถไฟจะปลอดภัยหรือไม่

จากการสอบถามข้อมูลผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ความว่า จุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศมีทั้งหมด 2,512 แห่ง แบ่งเป็น จุดตัดที่เป็นทางแยกต่างระดับ 264 แห่ง เครื่องกั้นแบบมีพนักงานควบคุม 407 แห่ง เครื่องกั้นอัตโนมัติ 482 แห่ง ที่มีป้ายจราจรแจ้งเตือน 775 แห่ง และที่เป็นทางลักผ่าน 584 แห่ง โดยอุบัติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่บริเวณทางลักผ่าน ซึ่งเป็นจุดตัดที่ชาวบ้านหรือท้องถิ่นทำขึ้นเอง โดยไม่ได้แจ้งให้ ร.ฟ.ท.รับทราบ จุดตัดประเภทนี้จึงไม่มีเครื่องกั้นหรือป้ายเตือน ทำให้เกิดอุบัติเหตุชนกันกับรถไฟได้ง่าย

ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกพื้นที่ที่มีทางรถไฟ ให้ทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ให้ทำทางลักผ่านขึ้นมาเอง เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันในส่วนของ ร.ฟ.ท.เองก็มีแผนจะติดตั้งเครื่องกั้น และสัญญาณเตือนบริเวณจุดตัดที่ยังไม่มีอีก 200 แห่ง ในปีนี้ โดยใช้งบประมาณ 403 ล้านบาท ในปี 2560 ตั้งงบประมาณไว้ 500 ล้านบาท เพื่อดำเนินการติดตั้งอีก 160 แห่งด้วย

Advertisement

นอกจากนี้ ยังทราบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลายครั้งเกี่ยวข้องกับวินัยการขับรถด้วย เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในบางจุด ถึงแม้จะมีเครื่องกั้น สัญญาณเตือนรถไฟกำลังจะมาแล้ว แต่ยังมีการขับรถฝ่าเข้าไป หรือชนเครื่องกั้นเลยก็มี ทำให้เครื่องกั้นของ ร.ฟ.ท.ได้รับความเสียหาย และต้องซ่อมแซมอยู่เป็นประจำ

เรื่องนี้นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่ากลุ่มธุรกิจการเดินรถ ร.ฟ.ท. ระบุว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดบริเวณย่านสถานีห้วยทรายเหนือ เป็นทางลักผ่านที่ชาวบ้านทำขึ้นมาเอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ร.ฟ.ท. โดยบริเวณดังกล่าวมีจุดตัด 2 จุด คือ จุดที่เกิดอุบติเหตุ กับอีกจุดหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตรเท่านั้นเอง เดิมเคยเป็นจุดลักผ่านเหมือนกัน แต่ภายหลัง ร.ฟ.ท.ได้อนุญาตให้เป็นจุดตัดรถไฟ โดยมีการติดตั้งเครื่องกั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ร.ฟ.ท.ได้แจ้งปิดทางลักผ่านดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนไปใช้จุดตัดที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตรแทน

แต่ทันทีที่ประกาศออกไป ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลาประมาณ 08.30 น. มีประชาชนในพื้นที่ไปประท้วงไม่ให้เปิดเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากจะไม่ได้รับความสะดวก เพราะถนนเลียบทางรถไฟที่จะไปใช้จุดตัดที่ ร.ฟ.ท.กำหนด เป็นทางลูกรัง ขรุขระ เป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่สะดวก ทำให้ ร.ฟ.ท.ต้องเชิญนายอำเภอในพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อยืนยันว่าถึงอย่างไร ร.ฟ.ท.ก็จะต้องปิดทางลักผ่านนี้

จนกระทั่งเวลา 13.30 น. จึงได้ข้อสรุปว่า ร.ฟ.ท.จะขยายเวลาเปิดเส้นทางไปอีก 30 วัน แต่ระหว่างนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องปรับปรุงถนนเลียบทางรถไฟให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปใช้จุดตัดที่ ร.ฟ.ท.กำหนดได้ และในระหว่างนี้ก็ต้องให้อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เฝ้าระวังตลอดเวลา หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทาง อปพร.จะต้องรับผิดชอบ เมื่อครบกำหนดแล้ว ร.ฟ.ท.จะปิดทางลักผ่านตรงนั้นทันที ซึ่งประชาชนที่ออกมาประท้วงพอใจและสลายตัวไปในที่สุด

นายทนงศักดิ์ยืนยันว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น นอกจากการทำทางลักผ่านขึ้นเองแล้ว ยังเป็นเรื่องวินัยจราจร เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดที่มีเครื่องกั้น สัญญาณเตือนครบ แต่คนขับรถก็ยังอุตส่าห์ขับฝ่า หรือชนเข้าไปจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งหากทำตามกฎจราจรก็คงไม่มีปัญหา เพราะพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 63 ได้กำหนดไว้ว่า ในทางเดินรถตอนใดที่มีทางรถไฟผ่านไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณระวังรถไฟ หรือสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะขับรถผ่านไปได้

ปัจจุบันทางลักผ่านลักษณะนี้มีอยู่ 584 แห่งทั่วประเทศ ร.ฟ.ท.กำลังดำเนินการทยอยติดตั้งทางกั้นอัตโนมัติ และติดสัญญาณไฟจราจรแจ้งเตือนจุดตัดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางลักผ่านที่ยังไม่สามารถดำเนินการติดตั้งทางกั้นหรือติดสัญญาณไฟได้ทัน ได้ร่วมมือกับอาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เฝ้าระวังประจำจุดเพื่อป้องกันเหตุอันตรายบริเวณทางลักผ่านด้วยการให้สัญญาณเตือนแก่ผู้สัญจรไปมาเมื่อรถไฟจะผ่าน

“ที่จริง ร.ฟ.ท.ได้เก็บรวบรวมสถิติไว้ว่ามีการเกิดอุบัติเหตุที่จุดตัด หรือทางลักผ่านตรงไหนบ้าง แต่ข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่ทำงาน จึงจำรายละเอียดไม่ได้ คงต้องรอให้ถึงวันทำการปกติก่อน จึงจะให้รายละเอียดได้” นายทนงศักดิ์ระบุ

ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายในปี 2559-2560 จะติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติบริเวณทางลักผ่านครบทั้ง 584 แห่งทั่วประเทศ ยกเว้นจุดตัดทางรถไฟจุดใหม่ๆ ที่มีการลักลอบนำหินมาถมเพื่อทำเป็นทางชั่วคราว โดยที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่นไม่ให้ทำทางลักผ่านเพิ่มเติม ยอมรับว่าทางลักผ่านมีใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ จึงพยายามขอความร่วมมือกับคนในพื้นที่ บางรายถึงขั้นเอาผิดฟ้องร้องกันก็มี เพราะมีการถมที่ทำทางลักผ่านขึ้นมาชัดเจน

อุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟจะคุมเข้มกับพนักงานขับรถไฟฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ต้องร่วมกันทุกฝ่าย

ต้องขอความร่วมมือไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อกำชับผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องรับทราบแนวปฏิบัติเมื่อขับรถผ่านจุดตัดทางรถไฟด้วย