จากกรณีที่ชาวเพชรบูรณ์ และนักโบราณคดีออกมาคัดค้านโครงการขุดเจาะปิโตรเลียม โดยหลุมเจาะผลิต STN-2 อยู่ใกล้แหล่งโบราณสถานศีรเทพ จ.เพชรบูรณ์ เพียง 100 เมตร ซึ่งผู้บริหารบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมชะลอโครงการหากประชาชนไม่เห็นด้วย ล่าสุดนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กรมศิลปากรขยายเขตพื้นที่ออกไปให้รัศมีมากกว่า 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันแหล่งโบราณคดี หากข้อร้องเรียนไม่เป็นผลจะใช้มาตรการทางศาลต่อไปนั้น
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ประเด็นนี้ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ทางกรมศิลปากรได้ทำหนังสือชี้แจง และแสดงความห่วงใยในแผนการดำเนินโครงการผลิตปิโตรเลียม ฐานผลิต STN-2 ให้บริษัทอีโค่ฯ แล้ว เพื่อให้ย้ายฐานการผลิตออกไปในพื้นที่ที่ไม่กระทบต่อโบราณสถานเมืองศรีเทพ เนื่องจากโครงการนี้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกลุ่มโบราณสถานเขาคลังนอก ซึ่งเป็นกลุ่มโบราณสถานสำคัญนอกเมืองศรีเทพทางทิศเหนือ อยู่ในองค์ประกอบของเมืองโบราณศรีเทพ ที่ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการขอเสนอขึ้นบัญชีมรดกโลก ซึ่งกรมศิลปากรมีความห่วงใยหากมีการก่อสร้างแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มโบราณสถานเขาคลังนอก และจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาเมืองศรีเทพเข้าสู่บัญชีมรดกโลกด้วย
นายอนันต์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ทราบว่าโครงการผลิตปิโตรเลียมนี้ เป็นแผนการดำเนินการของบริษัทอีโค่ฯ ที่ได้ทำประชาพิจารณ์ สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เมื่อประชาพิจารณ์แล้วพบว่ามีผู้คัดค้าน ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ทางบริษัทรับฟังเสียงประชาพิจารณ์ และนำโครงการนี้กลับไปพิจารณาทบทวนแล้ว
“ส่วนที่นายศรีสุวรรณเรียกร้องให้กรมศิลปากรขยายเขตพื้นที่ออกไป 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันแหล่งโบราณคดี หากข้อร้องเรียนไม่เป็นผล จะใช้มาตรการทางศาลนั้น ผมขอศึกษารายละเอียด และขั้นตอนอีกครั้ง ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ส่วนการฟ้องร้อง ผมไม่ทราบรายละเอียด จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้” นายอนันต์กล่าว

