ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม นายไพศาล มีสวัสดิ์ อายุ 56 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้านครราชสีมา พร้อมนายชาติ เงินจังหรีด อายุ 44 ปี อดีตรอง ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมฯ และนางนุชจรินทร์ พัดเกาะ อายุ 43 ปี ตัวแทนชมรมผู้ปกครองนักเรียน ร.ร.เตรียมอุดมฯ นำเอกสารหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ร.ต.อ.เกรียงไกร ปรอยกระโทก รองสารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง ขอให้ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ ทางสื่ออินเตอร์เน็ตและในโลกสังคมออนไลน์ กับบุคคลที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก “นายมานะ แย้มจะบก” ซึ่งเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ลักษณะใส่ร้ายป้ายสีให้นายไพศาล และนายชาติ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูถูกเกลียดชังจากสังคม
โดยเนื้อหาระบุ “เหตุผลย้าย ผอ.เตรียมอุดมฯ ในฐานะสื่อที่ติดตามเรื่องนี้พอจะทราบว่า เนื่องจากผู้ปกครองนักเรียนได้ร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เรียกรับเงินเป็นค่าเล่าเรียนจากผู้ปกครอง รายละ 2-3 หมื่นบาท เพื่อให้นักเรียนได้เข้าเรียน วิธีการขอรับบริจาคผู้ปกครองนักเรียนที่มีลูกเข้าเรียน โดยมีสมาคมหนึ่ง (ขอสงวนนาม) และจากการตรวจสอบของคณะผู้บริหาร อบจ.พบในปีที่ผ่านมามียอดรับบริจาคเงินให้กับโรงเรียนผ่านสมาคมแห่งนี้สูงถึงกว่า 75 ล้านบาท เงินบางส่วนได้ใช้ไปกับการสร้างอาคารเรียนมูลค่า 20 ล้านบาท นอกนั้นใช้จ่ายไปกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษาของโรงเรียนเลย และการเรียกรับเงินจากผู้ปกครอง เพื่อบำรุงการศึกษาก็ไม่ใช่นโยบาย อบจ. ซึ่งเคยจัดงบสนับสนุนโรงเรียนปีละกว่า 12 ล้าน จึงต้องมีคำสั่งย้าย ผอ. และรอง ผอ. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะในช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีการมอบตัวนักเรียนเพื่อเข้าเรียน การรับ-จ่ายเงินก็จะมีขึ้นในช่วงนี้ อันเป็นการตัดวงจรอุบาทว์ ไม่ให้เกิดขึ้น?”
นายไพศาล อดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้าฯ เปิดเผยว่า ตนขอใช้สิทธิดำเนินคดีผู้กล่าวหา ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง เพื่อปกป้องศักดิ์ศรี เกียรติยศของวงศ์ตระกูล ส่วนข้อกล่าวหาผ่านศูนย์ดำรงธรรมฯ ซึ่งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองนักเรียนมีตำแหน่งเป็นกรรมการชมรมผู้ปกครอง และครู ร.ร.เตรียมอุดมฯ ได้ค้างจ่ายเงินของชมรมจำนวนหลายหมื่นบาท ที่ผ่านมาได้ติดตามทวงถามทำให้เกิดความไม่พอใจ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือแม่ทัพภาคที่ 2 เชิญผู้เกี่ยวข้องมาพบ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมๆ กัน ดีกว่าพูดกันคนละครั้งให้ข่าวคนละวัน รวมทั้งก่อนหน้านี้ อบจ.นครราชสีมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้จ่ายเงินย้อนหลัง 5 ปี แล้วนั้น หากจะให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส ควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมภายนอกที่เป็นกลางมาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวด้วย ซึ่งตนยืนยันจะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น
และตนขอชี้แจงการบริหารการเงินชมรมฯ นั้น มีระเบียบ ข้อบังคับ และต้องผ่านความเห็นชอบของกรรมการฯอนุมัติทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะ ความสามารถนักเรียนในด้านต่างๆ รวมทั้งใช้ซ่อมบำรุงหอพัก ซึ่งในปัจจุบันยังขาดแคลนอย่างมาก ร.ร.เตรียมอุดมฯ เป็นสถานศึกษาลักษณะพิเศษ เป็นโรงเรียนกินนอน จึงมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนทุกคนอย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมจะถูกโยกย้ายโดยไม่ยึดติดกับตำแหน่ง หากมีความผิดตามที่กล่าวหา
ด้านร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุลงนามคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 1922/2559 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2546 ฯ เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ให้นายไพศาลฯ ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมฯ ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนปากช่อง 2 ต.จันทึก อ.ปากช่อง และนายชาติ รอง ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมฯ รักษาการ รอง ผอ.ร.ร.ปราสาทวิทยาคม ต.หินดาด อ.ด่านขุนทดฯ พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการ เนื่องจากมีผู้ปกครองร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมนครราชสีมา กล่าวหาผู้บริหารสถานศึกษาเรียกเก็บเงินนักเรียนโดยไม่ชอบ สร้างภาระให้กับบรรดาผู้ปกครอง จึงได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบ และเป็นไปตามตามกฎ ระเบียบ ทุกประการ มิเช่นนั้นจะเป็นการละเว้น ขอชี้แจงข้อกล่าวหาตนกลั่นแกล้งข้าราชการ ซึ่งเป็นการเมืองฝ่ายตรงข้าม ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด การย้ายครั้งนี้ เพื่อให้ลดแรงกดดันและกรรมการสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงได้สะดวก ขณะนี้นายไพศาล และนายชาติ ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ หากไม่มีความผิดสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิมได้

