หน้าแรก Uncategorized ”แก้ปัญหาหนี้...

”แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ” ไม้ตายที่กรุยทางไว้ล่วงหน้าของพลังประชารัฐ

15.03.19 | 15:42 น.

ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งอันร้อนระอุ ทุกพรรคการเมืองต่างโหมกระหน่ำหาเสียง สร้างคะแนนนิยมกันในช่วงโค้งสุดท้าย โดยหนึ่งในไม้ตายทีเด็ดทีขาดของแต่ละพรรค คงหนีไม่พ้นนโยบายทางด้านเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้าน ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดชูโรงสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจเลือกพรรคที่ชอบคนที่ใช่กันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ต่อให้พายุนโยบายเศรษฐกิจจากพรรคต่าง ๆ จะโหมกระหน่ำเพียงใด แต่พรรคพลังประชารัฐก็ยังคงกุมความได้เปรียบจากด้วยการประกาศสานต่อโครงการแก้หนี้นอกระบบ โครงการตัวชูโรงของ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่วางรากฐานไว้เป็นอย่างดี ซึ่งกำลังส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว เพราะหนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่ไม่ว่าในรัฐบาลไหน ๆ ก็ยังไม่เคยแก้ไขได้มาก่อน ทำเอามัดใจชาวบ้านร้านตลาดกันได้แบบไม่ยากไม่เย็น

เมื่อเราย้อนรอยกลับไปดูต้นตอของโครงการนี้ก็จะพบว่า เป็นโครงการที่วางแผนกันมาอย่างมั่นคงตั้งแต่ปี 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม คอยดูแล และขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน (ศปฉช.) โดยเป้าหมายสูงสุดในการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ก็คือการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์ คืนความสุขให้กับประชาชนผ่านการปลดหนี้

โดยรากฐานสำคัญที่ทำให้โครงนี้กลายเป็นกระดูกชิ้นโตของบรรดาพรรคการเมืองคู่แข่งก็คือ ภาพของโครงการที่ประสบความสำเร็จ เห็นผลเป็นชิ้นเป็นอัน จับต้องได้จริง มีการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ได้จบลงเพียงแค่ครั้งเดียว ปลดหนี้ต่อเนื่องทีละจังหวัด  ทำให้ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้

ซึ่งถ้าจะถามว่ารัฐบาลอื่น ๆ สามารถดำเนินโครงการแก้ไขหนี้แบบที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำอยู่ได้หรือไม่ก็คงต้องตอบตามตรงว่าทำได้ แต่จะทำให้เหมือนกับโครงการของรัฐบาลนี้น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะโครงการนี้คือการใช้อำนาจรัฐสั่งการลงไปโดยตรง ขับเคลื่อนผ่านการร่วมมือกันระหว่าง รัฐบาล ทหาร และตำรวจ โดยมีหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญอย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เป็นผู้ลงมือลงแรงในภาคปฏิบัติ โดยเริ่มจากขั้นตอนละมุนละม่อมมากที่สุดอย่างการเรียกลูกหนี้และเจ้าหนี้นอกระบบมาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกร่วมกัน หากรายใดตกลงกันได้ก็จะทำการปลดหนี้คืนโฉนดที่ดินให้กับลูกหนี้ ไม่มีการถูกเอารัดเอาเปรียบอีกต่อไป

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบปราบปรามกิจการหนี้นอกระบบ และดำเนินการทางกฏหมายอย่างจริงจังกับแหล่งเงินทุนที่ทำผิดกฎหมาย ส่วนเจ้าหนี้รายใดที่อยากกลับตัว ผันตัวเองจากนอกระบบสู่ในระบบก็มีการเปิดหลักสูตรอบรมที่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยทำการอบรมพร้อมขึ้นทะเบียนนายทุนเงินกู้ กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน สร้างแหล่งเงินกู้ที่เป็นธรรม และถูกกฎหมายคืนให้กับสังคม    

การดำเนินการดังกล่าวได้ส่งผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เมื่อบิ๊กป้อมต้องออกเดินสายไปทั่วประเทศเพื่อมอบทรัพย์สิน และส่งคืนที่ดินให้ประชาชนมากถึง 8 ครั้ง โดยมีประชาชนที่เข้าร่วมโครงการได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบมากกว่า 20,000 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 20,500 ล้านบาท พื้นที่เกือบ 48,000 ไร่ ได้รับการส่งมอบคืนผ่านโฉนดที่ดินจำนวนทั้งหมด 16,004 ฉบับ ส่งผลให้โครงการนี้กลายเป็นกลีบกุหลาบที่ถูกโรยไว้ล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้เห็นได้ทันทีเลยว่ากระดูกชิ้นโตจากพลังประชารัฐชิ้นนี้เคี้ยวยากกว่าที่คิด ดังนั้นพรรคการเมืองที่กำลังจะชูนโยบายเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายต้องนำประเด็นนี้มาพิจารณาอย่างรอบคอบ จะกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างไรให้น่าสนใจกว่าการแก้หนี้นอกระบบ ที่กำลังหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจประชาชนมุ่งหวังให้พลังประชารัฐมาสานต่อในสิ่งที่ทำ

ผู้ว่าจ้าง : พรรคพลังประชารัฐ
พรรคพลังประชารัฐ 130/1 ซอยรัชดาภิเษก 54 ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ผู้จัดทำ : บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)
บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร 10900
วันที่ผลิต 15 มี.ค. 62 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้ วันที่โพสต์ 15 มี.ค. 62