หน้าแรก Uncategorized ทอท. ยันสัมปท...

ทอท. ยันสัมปทานรายเดียวเหมาะสมที่สุด ให้ประโยชน์ระยะยาวกับทุกฝ่าย

28.03.19 | 13:20 น.

    หลังจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เลื่อนการจำหน่ายเอกสารการประมูล (ทีโออาร์) การให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีอากร (ดิวตี้ฟรี) ทั้ง 4 ท่าอากาศยาน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่

    รวมทั้งการบริหารโครงการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิออกไปก่อน จากเดิมคือวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2562 ด้วยเหตุผลว่าต้องการดูทิศทางของกระแสสังคม และสามารถตอบคำถามของสังคมได้ครบถ้วนนั้น

    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยังยืนยันด้วยความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้สามารถเดินหน้าไปจนแล้วเสร็จได้ เนื่องจากได้เตรียมแผนการทำงานทั้งหมดไว้แล้ว ทั้งยังได้รับฟังความคิดเห็นและเหตุผลต่างๆ จากทุกฝ่ายมาตลอด แต่หากว่าไม่มีเหตุผลที่ดีเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม

    “ในการจัดทำ ทีโออาร์ ทั้ง 2 โครงการ ทอท. ได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายองค์กรและนำมาประมวลผล รวมทั้งศึกษาบริบทโดยรวมรอบด้าน ได้ผลสรุปคือการเปิดเสรีเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร จะเป็นส่วนช่วยยุติการผูกขาดธุรกิจดิวตี้ฟรี โดยสามารถเห็นตัวอย่างได้จากการเปิดเสรีดิวตี้ฟรีที่สนามบินภูเก็ต การเปิดเสรีดิวตี้ฟรีที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันในธุรกิจดิวตี้ฟรีที่สำคัญของประเทศไทย” นายนิตินัยกล่าว

    นอกจากนี้ นายนิตินัยยังยืนยันว่า รูปแบบการให้สิทธิประกอบกิจการดิวตี้ฟรี และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ที่เหมาะสมที่สุดและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายในระยะยาว คือ การให้สิทธิสัมปทานเพียงรายเดียว

Advertisement

    พร้อมกับชี้แจงตอบโต้ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ ที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการประมูลดิวตี้ฟรี โดยนายนิตินัยย้ำว่าการแยกประมูลตามหมวดสินค้าจะไม่ส่งผลดีต่อองค์กรและประเทศชาติโดยรวม เนื่องจากธุรกิจดิวตี้ฟรีไม่เหมือนการค้าปลีก โดยเฉพาะเรื่องสถานที่อย่างห้างสรรพสินค้าที่มีประตูอยู่ที่เดิมตลอดไป

    สนามบินมีประตูเทียบเครื่องบินระยะประชิด (contact gate) ที่เปรียบเสมือนประตู แต่ละประตูเชื่อมสามารถรองรับเครื่องบินได้ในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันไป ทำให้การหมุนเวียนของผู้โดยสารในสนามบินแตกต่างกัน จึงมีความสุ่มเสี่ยงหากมีการแยกสัญญาแล้วจะทำให้ผู้ประกอบการบางรายมีปัญหาเมื่อปริมาณและการหมุนเวียนของผู้โดยสารมีการเปลี่ยนแปลงไป   

    ขณะที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยโดยประธานสมาคม ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของห้างสรรพสินค้าที่จะเข้าร่วมประมูลดิวตี้ฟรีครั้งนี้ด้วยนั้น ได้พยายามเสนอโมเดลเลียนแบบสนามบินต่างประเทศ

    “ส่วนของข้อท้วงติงประเด็นการให้สิทธิผู้ชนะดิวตี้ฟรี 4 สนามบินในสัญญาเดียวกัน เพราะต้องการให้มีการเฉลี่ยผลกำไรจากสนามบินใหญ่ กับการขาดทุนจากสนามบินเล็ก เพื่อให้กิจการทั้งหมดสามารถดำเนินการต่อไปได้ด้วยดีเท่านั้น” นายนิตินัยกล่าว

    ที่สุดแล้วการประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน ต้องยึดมั่นหลักการที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุมครบทุกด้านแล้ว โดยยึดมั่นผลประโยชน์สังคม ประเทศชาติ และความถูกต้องเป็นที่ตั้ง.