หน้าแรก Uncategorized บทนำมติชน : ส...

บทนำมติชน : สเปก‘รมต.’

25.05.19 | 12:00 น.

ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ เจรจาจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงเรียกร้องจากแวดวงต่างๆ ให้พิจารณาผู้ที่มีความสามารถมาเป็นรัฐมนตรี เพราะผลจากการเมืองที่ผ่านมา ทำให้การพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านอื่นๆ เกิดปัญหาการพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา หลายฝ่ายห่วงใยว่า การศึกษา การพัฒนาเยาวชนของประเทศไทย อาจไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ อาจส่งผลต่อการแข่งขันด้านต่างๆ กับนานาประเทศ

นายกฤษณพงศ์ กีรติกร อดีต รมช.ศึกษาธิการ เผยว่าคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ต้องมีความเข้าใจเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนากำลังคน ซึ่งต่อไปไม่ใช่แค่การเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกแล้ว แต่เป็นการศึกษาตั้งแต่ ช่วงอายุ 6 ปีจนถึงกว่า 70 ปี หมายความว่า ต่อไป ศธ. จะต้องพัฒนาการศึกษาสำหรับประชากร กว่า 40 ล้านคนในวัยทำงาน ให้มีคุณภาพและสมรรถนะในการประกอบอาชีพ โดยจะต้องเชื่อมโยงกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

ส่วนแวดวงครู นายวิสัย เขตสกุล ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ และเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) กล่าวว่า อยากได้ผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์และความรู้ด้านการศึกษาอย่างลึกซึ้งมาเป็นรมว.ศึกษาฯ อยากให้เป็นนักการศึกษาอย่างแท้จริง แต่ถ้าจะให้ทหาร หรือหมอมาเป็นอีกคงไม่เอา เพราะ 5 ปี 4 รัฐมนตรีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า การศึกษาไทยยังไร้ทิศทาง มืดมิด เพราะบริหารโดยไม่มีความเข้าใจจิตวิญญาณและวิชาชีพความเป็นครู เพราะการพัฒนาการศึกษาควรเกิดจากความเข้าใจอย่างลึก รวมถึงจะต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู

นั่นคือเสียงจากวงการศึกษา ที่ผู้เกี่ยวข้องควรรับฟังและตระหนักว่าเป็นอีกปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่มุ่งแค่แบ่งเค้กให้ลงตัว เพราะผลลัพธ์ จะกระทบอย่างรุนแรงและเห็นผลเร็วต่อสังคมและประเทศ การศึกษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องใช้ความรู้ความเข้าใจและวิสัยทัศน์ที่กว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ ข่าวคราวเรื่องคุณภาพของเยาวชนของประเทศในระยะที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ คือปัญหาทางการเมือง ที่เป็นตัวกำหนดการจัดบุคคลเข้าไปบริหารการศึกษา