วิโรจน์ ทองชิว พ่อของ น้ำตาล เดอะสตาร์ ได้เปิดใจหลังแจ้งข่าวลูกสาวเสียชีวิต โดยได้เล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังว่า
เมื่อคืนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน หมอเรียกไปพบ เหมือนจะขอคำปรึกษาอาการน้องน้ำตาล เนื่องจากน้ำตาลหัวใจหยุดเต้น การเต้นของหัวใจ อวัยวะภายในร่างกายส่วนใหญ่อยู่ได้ด้วยยาด้วยเครื่องของห้องไอซียู เพราะฉะนั้นถ้ายาจะหมดฤทธิ์หัวใจก็จะเริ่ม เลยต้องให้ยาตลอด แต่อยู่ๆ หยุดเต้น หมอบอกว่าสาเหตุมาจากสมอง ก็อนุมานได้ว่าสมองของน้ำตาลเสียหายหมด นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการยื้อไป เราก็บอกลองยื้อดูเผื่อมีปาฏิหารย์ เป็นชั่วโมงอยู่เหมือนกันนะ ซึ่งเป็นเวลาที่ทรมาณ ทีนี้คำว่าปาฏิหารย์ก็ต้องมีสิ่งที่มากระตุ้น มีการไปกระซิบ การพูดนู่นนี่ แล้วอันนึงที่ผมรู้สึกดีเป็นความคิดของน้ำผึ้งที่เอาเพลงของหลานรักของน้ำตาล (ร้องไห้) น้ำตาลจะรักหลานคนนี้มาก ตอนนี้หลานก็ยังไม่รู้ หลาน 3 ขวบกว่าชื่อน้องไอริส น้ำตาลเคยสอนหลานร้องเพลงฝรั่งเพลงนึงแล้วน้ำผึ้งก็เอามาเปิดข้างหูน้ำตาล เป็นเพลงที่ผมก็เพิ่งได้ยินเต็มๆ ผมก็รู้สึกว่าถ้าผมเป็นน้ำตาลจะฟื้นเลย แล้วผมเชื่อว่าน้ำตาลได้ยิน แต่ด้วยเรื่องร่างกายไม่ไหว เราพยายามแล้ว กลับบ้านที่มหาชัย เชิญบรรพบุรุษ ทำทุกอย่างให้มาช่วยน้ำตาล แต่คิดว่าร่างกายคงไม่ไหว จิตก็อยู่ไม่ได้ ผมเชื่อว่าน้ำตาลก็คงเห็น คงรับรู้เรื่องราว
ตั้งแต่น้องน้ำตาลเกิดเหตุน้องน้ำตาลยังไม่ฟื้นเลย ผมจะพูดอยู่เสมอสิ่งที่ผมหวังก็คืออะไรก็ได้นิดนึง นิ้วกระดิก ลืมตา หายใจ สะอึก อะไรก็ได้ที่เป็นสัญญาณที่ดีเราจะได้ไปต่อ แต่นี่ไม่มี ผมก็เริ่มรู้สึกทำใจ พยายามสนุก แต่เวลาที่เราพูดอะไรเราก็จะรู้สึก (ร้องไห้) ถ้าใครรู้จักน้ำตาลก็จะเป็นเหมือนผม น้ำตาลเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป แต่ก็ไม่เหมือนใคร เขามีความเป็นคนทำงานศิลปะค่อนข้างสูง เขียนรูปก็ชอบ ถ่ายรูปก็ชอบ ร้องเพลงคือที่ 1 การแสดงก็ทำได้ เขาได้ทำเพลงไว้เพลงนึง แล้ววันนี้เพลงที่ร้องคู่กันกับวิน วินอนุญาตแล้ว เขาบอกว่ามันเป็นจุดประสงค์ของน้ำตาลที่อยากให้ทุกคนได้ฟัง เป็นผลงานที่น้ำตาลทำด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่าเขาทำได้ แล้วสุดท้ายเขาก็ไม่ได้เห็นว่าคนฟังรู้สึกอย่างไร แต่เขาบอกเสมอว่าทำเพื่อคนกลุ่มที่ชอบเพลงแนวนี้ มันจะเป็นเพลงวินเทจหน่อยๆ ฟังสบายๆ นี่คือผลงานของน้ำตาลก่อนที่น้องจะจากเราไป
เมื่อถามถึงการพูดคุยครั้งสุดท้ายของพ่อกับน้ำตาลก่อนที่จะล้มป่วยลงนั้น วิโรจน์ ก็ได้เผยว่า วันที่น้ำตาลป่วย ช่วงเช้าผมไม่เจอเราพักกันคนละที่ เจอก่อนหน้านั้น ชวนกินข้าวกัน เราก็โชว์งานเขียนของเราให้ดู ก็คุยกันปกติไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าน้องจะมีอาการป่วย แล้ววันรุ่งขึ้นผมก็ปกติของผม ถ้าไม่มีถ่ายหนังก็จะเขียนรูป โทรศัพท์ผมจะมี 2 เครื่อง เครื่องเก่าที่หลายคนรู้จักมันจะเปิดไม่ค่อยติด เปิดติดก็ดับเอง แล้ววันนั้นอยูาๆ มีเบอร์โทรติด เราดูเป็นเบอร์แม่น้ำตาล โทรมา คุณน้ำตาลไม่หายใจ เลือดออกเต็มปาก เราก็รีบออกไป เจอรถพยาบาลจอดอยู่ น้ำตาลร่างอยู่บนนั้นแล้ว ตัวแม่เขาเลือดเต็มเลย แล้วก็ตามที่เป็นข่าว ก็ไม่ได้เจอไม่ได้เห็นน้ำตาลลุกขึ้นมาอีกเลย
ส่วนกรณีที่พ่ออยากให้น้องน้ำตาลได้เป็นกรณีศึกษากับวงการแพทย์นั้น พ่อน้ำตาล ก็ได้บอกว่า ในตอนแรกก็คิดไว้เช่นนั้น แต่ว่าทางแม่ของน้ำตาลกังวล จริงๆ เคสน้ำตาลก็ยังไม่รู้ว่าเลือดออกมาจากที่ไหน แต่ที่เลือดโชว์อยู่ในหลอดลม ปอด หมอเลยวิเคราะห์ยาก เลยอยากได้เอาไปศึกษา หมายถึงอยากได้ชิ้นเนื้อเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ ส่วนเพื่อวันข้างหน้ามีใครเป็นประมาณนี้ เขาจะได้ป้องกันรักษาได้ถูก ตอนนี้ผมก็เรียกว่าโรคน้ำตาล เพราะมีคนถามว่าน้ำตาลเป็นอะไร ก็ดีที่สื่อลง คนก็พอเข้าใจ ทีมแพทย์แถลงข่าวทุกคนก็เข้าใจว่ามันอาจจะเกิดได้อย่างที่หมอบอก
